why



ไม่ได้จะมาแนะว่า คุณต้องฟังอะไร
แต่จะมาขอร้องว่าคุณควรฟังอย่างไร?


ก่อนอื่นขอนอกเรื่องไปสถานการณ์อื่น

เมื่อสิบสี่ปีที่แล้ว ขณะนั่นเพลิน ๆ ในห้องเรียน
อยู่ดี ๆ เราก็ถูกครูนิยม (หรือครูผู้ชายสักคน
ในโรงเรียน วิชาอะไรไม่แน่ใจ หรือเข้ามาสอนแทน
ก็จำไม่ได้ จำได้แต่เป็นครูผู้ชายแน่ ๆ) เรียกให้
ออกไปยืนหน้าห้อง (เรียกเหมือนถูกลงโทษ)
เราตกใจมาก เพราะตอนเด็ก ๆ เราเป็นเด็ก
เงียบ ๆ เรียบร้อย แต่ ยโส โอหัง ชอบทำตัวหยิ่ง
พอถูกเรียกไปยืนหน้าห้อง ก็ประสาทกินเลย
แต่แล้วครูท่านนั้นก็บอกว่า "เพื่อน ๆ บอกว่า
เธอร้องเพลงเก่งที่สุด ไหนลองร้องให้ครูกับ
เพื่อนทั้งห้องฟังหน่อย"

ห้องเงียบมาก (นึกภาพมีใบไม่ปลิว)

เราก็ประสาทกินเลยสิ

("ร้องเพลงอะไรดีฟะ")
("ร้องเพลงอะไรดีฟะ")
)))"ร้องเพลงอะไรดีฟะ"((( คิดในใจ

"ร้องเพลงอะไรก็ได้เหรอคะ" เราถามครู
"เพลงอะไรก็ได้ อยากร้องเพลงอะไรก็ร้อง" ครูตอบ

เราก็เลยร้องไปว่า
(หน้าตาตอนร้องเป็นแบบนี้เลย)
ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี
ตรองดูซี ทุกคนก็มีหัวใจ
เกิดเป็นคนถ้าหากไม่เกรงใจใคร
คนนั้นไซร้ไร้คุณธรรมประจำใจ


(ไม่รู้เนื้อถูกต้องหรือเปล่า แต่เราร้องอย่างนี้
เราจำได้ว่าเราร้องอย่างนี้เป๊ะเลย)
พอร้องจบห้องเงียบไปสองวิ

แล้วก็มีเสียงปรบมือลั่นห้องเลย
(มีเพื่อนทั้งห้องประมาณห้าสิบคน)

เราแทบเป็นลม จำได้อายมาก ๆ
อายสุด ๆ อายไม่หยุด ฉุดอายไม่อยู่
วันนั้นเป็นบ้าไปเลย

นั่นคือการออกคอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดครั้งแรก
และน่าจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตเรา ???
หรือเปล่าวะ
(จำไม่ได้ว่าเคยร้อง อ๋อ นึกออกแล้ว
เคยประกวดร้องเพลงภาษาอังกฤษแล้วตกรอบ
อายมาก ไม่น่าไปร้องเลย อับอาย ร้องต่อใคร
ไม่ต่อ ดันซวยไปต่อหลังคนชนะด้วย เซ็งสุด ๆ
เปรียบเทียบกันแบบหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย
เฮ้อ จึงสรุปได้ว่าคอนเสิร์ต ป.สี่ จึงไม่ใช่
คอนเสิร์ตครั้งเดียว และครั้งสุดท้าย ในชีวิตเรา
ก๊าก...)

ไม่รู้ใครบอกครูท่านนั้นว่าเราร้องเพลงเก่ง
(เราว่าเราไม่เคยร้องเพลงให้ใครฟังเลยนะ
เออ นอกจากพวกที่นั่งแต่งเพลงด้วยกัน)
แล้วไม่รู้ว่าที่ปรบมือดังลั่นห้องจะเป็นเพราะ
เราร้องเพลงได้ไพเราะ
หรือดีใจที่เราหยุดร้องเพลงซะได้
ก๊าก....

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น

ประเด็นคือ เราร้องเพลงวัยรุ่นในยุคนั้นได้ไม่จบเลย
สักเพลง เลยไม่กล้าร้อง กลัวเนื้อมั่ว เพื่อนขำ
(ตอน ป.สี่แต่งเพลงแล้ว แต่ขนาดเพลงคนอื่น
เรายังไม่กล้าร้องเลย เพลงตัวเองนี่ไม่ต้องพูดถึง)
เราเลยขุดเพลงที่มีในหนังสือเรียน ส.ล.น.
(วิชาสร้างเสริมลักษณะนิสัย)
มาร้อง
ก๊าก...
(นี่ถ้านึกเพลงนั้นไม่ออก เราคงจะร้องเพลงชาติอ่ะ
เพราะร้องทุกวัน จำได้)

หนังสือ ส.ล.น. มีเพลงหลายเพลง ยังจำได้ป่ะ
เพลงแนว ๆ เพลงลูกเสือ
ร้องรอบกองไฟ
ร้องประกอบการเต้นระบำ
เฮ้ย หรือ ก.พ.อ. (การงานและพื้นฐานอาชีพ) วะ
เอาว่าสักวิชาแหละ จำไม่ได้????

แต่เพลงนึงที่ติดในใจเราตลอดการคือ
เพลงความเกรงใจ
เพลงที่ร้องนั่นแหละ

นี่คือความทรงจำเกี่ยวกับเพลง ๆ นึง
ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่จะเล่า

และเรื่องที่เราจะเล่าให้คุณฟัง
มันก็เกี่ยวข้องกับ "ความเกรงใจ" นั่นเอง


ก่อนอื่น
ขอร้องว่าคุณควรฟังเพลงอย่างนี้
๑. เปิดฟังเบา ๆ เอาแค่พอได้ยินคนเดียว
    อย่าคิดเข้าข้างตัวเองว่าคนอื่น ๆ เขาจะอยากฟังเพลง
แนวเดียวกับคุณ
๒. ถ้าจำเป็นต้องฟังดัง ๆ กรุณาฟังด้วยหูฟัง
    ฟังด้วยหูฟังแทนลำโพง แล้วจะเปิดให้หูแก้วหูแตกตายไปเลย
ก็เชิญ ทำได้ ไม่มีใครว่า
(แบบประมาณ เพิ่งอกหัก อยากฟังให้ลืมเธอ
เออ เ้ข้าใจ แต่ทำไมต้องให้กรูฟังด้วย ในเมื่อกรูไม่ได้อกหักสักหน่อย
รำคาญโว้ย!!!)


เท่านั้นยังไม่พอ
ได้โปรด กรุณา

- อย่าเปิดเพลงเสียงดัง โดยให้เหตุผลว่าจะลองเครื่องเสียง
  (รวยมากไง เดี๋ยวก็ปล้นซะเลย หัดเกรงใจชาวบ้านบ้างสิวะ
  คนอื่นเขาไม่ได้อยากฟังเพลงเหมือนแกสักหน่อย)
- อย่าเปิดเพลงเสียงดัง โดยให้เหตุผลว่า เราจะได้ฟังเพลงด้วยกัน
  (ถามจริง "ใครบอกแกว่า ฉันอยากฟังเพลงกับแกไม่ทราบยะ?")
- อย่าเปิดเพลงเสียงดังเพื่อประชาสัมพันธ์เพลงให้ติดหู
 
ขอบอกว่าผลที่ได้ จะเป็นไปในทางลบมากกว่าทางบวก
  ทำให้คนเกลียดมากกว่าชอบ
 
(ในกรณีที่ไม่ใช่สถานที่จำเพาะที่มีหน้าที่ต้องเปิดเพลง)

อยากให้คุณทราบ
- ขอให้รู้ไว้ว่า บางทีที่คุณรู้สึกว่าเสียงมันเบา หรือไม่ได้ยินเสียง
  อาจเป็นเพราะคุณอยู่ในจุดที่เรียกว่า ??? เรียกไม่ถูก
  (เคยรู้ตอนเรียนฟิสิกส์) มันเป็นจุดที่ คลื่นเสียงหักล้างกันเป็น0
  พอดี ซึ่งคุณต้องคิดว่าคุณอาจทุเรศไปนั่งตรงกับจุดนั้น
  คุณจึงไม่ได้ยินเสียง หลายคนไม่รู้อะไรทำนองนี้ พอไม่ได้ยิน
  ก็เอาแต่กดรีโมทเร่งเสียง เพิ่ม ๆ ๆ ๆ ๆ จนได้ยิน แต่ไม่รู้เลยว่า
  ในขณะเดียวกัน คนอื่นที่ไม่ได้อยู่จุดนั้น หูแตกไปเรียบร้อยแล้ว
- เสียงเพลงทุกเพลง

  สามารถกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญได้

  ถ้าหากว่ามัน

  ดันดังขึ้นมาในเวลาที่ไม่อยากฟัง

  แม้แต่เพลงที่ชอบ ก็ไม่มีข้อยกเว้น

ประสบการณ์ส่วนตัว
- ทุกวันนี้เราจะฟังเพลงเสียงเบามาก เพราะเราเข้าใจแล้ว
ว่าการที่ต้องฟังเพลงที่ไม่อยากฟัง มันแย่แค่ไหน
ถ้าไม่อยากดู ยังพอปิดตาได้ แต่ไม่อยากฟังบางทีหนีไม่พ้น
เมื่อเช้านี้ลูกคนข้างบ้าน เปิดเพลงเสียงดังมาก เป็นเวลา
เกือบสองชั่วโมง วันนี้เราไม่ได้ไปไหน
เพราะรู้สึกเหมือนจะเป็นหวัด
(หวัดถือเป็นอาชญากรรม ก๊าก...)
อยากจะนอน ก็นอนไม่ได้ ตึม ๆ ครืน ๆ ตุบ ตับ จ๊าก...
(เฮฟวี่มีทอล ร๊อก ป๊อป บ้าบอปนกันหมด นี่ถ้ามีลูกทุ่งหมอลำด้วย
เราคงเป็นไข้หวัด 2009 ไปเลย เพราะฟังแล้วชวนให้เป็นบ้า...)
คือไม่ได้รำคาญมากมาย แต่มันรบกวนจริง ๆ
ที่สำคัญคือ อย่าว่าเราเลยนะคะ เราเกลียดเสียงเบสชิบ_! เลยค่ะ
เพราะเราสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง (จริง ๆ เราถ่ายวีดิโอไว้ ว่า
ของมันสั่น แต่เสียงมันไม่ดังพอ ขี้เกียจโพสต์ โพสต์ก็คงไม่มีคนดู)
คืออีน้องข้างบ้านมันเปิดแบบ พอเบสมาที ประตูไม้ที่ปิดสนิทดีแล้ว
มันสั่นอ่ะค่ะ สะเทือนมาก ๆ พอเราหนีเข้าครัว แม้ไม่ค่อยได้ยินเสียง
เมโลดี้เพลงเท่าไรแล้วนะคะ แต่มีดที่อยู่บนซิงล้างจาน
ก็ยังสั่นอ่ะค่ะ

ทำให้เรานึกถึงเรื่อง ฟังเพลงอกหัก กับ water crystal 
ถ้าสังเกตเองอย่างยุติธรรม ก็น่าจะพอรู้ว่าจริง ๆ แล้ว
คลื่นเสียง มันส่งผลต่อร่างกายได้
อย่างน้อยเสียงโคตรดังมากวันนี้ ก็ส่งผลให้เรา
ต้องออกมาชี้แจงลงบล็อกว่ามันเป็นพฤติกรรมที่แย่
และ คนที่ทำ ก็ไม่มีความเกรงใจคนอื่น ๆ บ้างเลย
นิสัยแย่ น่ารังเกียจมาก


อีน้องข้างบ้านอ่ะ
เราก็ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับมันเลยนะคะ
เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ก็ไม่ได้
ทะเลาะอะไรกัน
(แต่รู้สึกว่าเราจะเคยด่ามันเรื่องเปิดเพลงดัง
ลงบล็อกแล้วด้วยนะ)
แต่แค่อยากจะบอกว่า
มันช่างไม่มีความเกรงใจคนอื่นบ้างเลย
ถึงชอบทำให้คนอื่นตกใจ ที่อยู่ดี ๆ เสียงก็ดังลั่นซอย
(แม่เราก็เคยไปบอกแม่มัน ให้ลดเสียงลงหน่อย
เขาก็เตือน ก็ห้ามกันนะ แต่ก็เหมือนเดิม
ทำิอะไรไม่ได้ ซึ่งเราเข้าใจ
เพราะบางที พ่อแม่ก็สั่งลูกไม่ได้อ่ะ
เห็นใจพ่อแม่มันเหมือนกัน
บางทีเขาอาจจะรู้สึกรำคาญกว่าเราด้วยซ้ำ
เพราะอยู่บ้านเดียวกัน)

ใครเป็นแบบนี้อยู่ เราขอร้องให้เลิกเถอะนะคะ
เพราะว่ามันเป็นการสร้างความเดือดร้อน รำคาญใจ
(เกรงใจกันบ้าง เพราะ
มันมากเกินไป สำหรับคนอื่น)
และที่แน่ ๆ คือ เราค่อนข้างมั่นใจว่า
หูไอ้น้องคนนี้ คงแตกไปแล้ว แหละค่ะ

แต่เดิมทุกคืน (ช่วงนี้ไม่ได้ยิน) ทุกคนในซอย
จะรู้เลยว่ามันกลับบ้านตอนไหน
เพราะว่าเพลงในรถมันดังมาก เราว่าดังกว่าเสียงทีวี
ที่เปิดอยู่ตรงหน้าเราด้วยซ้ำ จะว่ากลัวผีก็คงไม่ใช่!
มีบางคืน พวกเรานอนหลับกันแล้ว
ยังต้องตื่นเพราะเสียงเพลงจากรถมันเลย

แต่หลัง ๆ ไม่ได้ยิน หรือเพราะชินความดังประมาณนั้น
เราก็ไม่แน่ใจ
(ไม่อยากชิน กลัวหูตึงว่ะ)

ไม่รู้จะจบเอนทรี่ยังไง เอาว่าขอตัดเลยแล้วกันนะคะ
ว่า
ถ้าเปิดฟังเพลงเสียงเบา ๆ ไม่ได้
หรือไม่อยากใส่หูฟัง เพราะกลัวมีปัญหาเรื่องหู
ก็ไม่ต้องเปิดเพลงฟังค่ะ สิ้นเรื่อง  
(รวมถึงแหกปากร้องเพลง หรือการสร้างเสียงรบกวน
อย่าทำค่ะ มันไม่เท่หรอก โคตรทุเรศอีกต่างหาก)

หลายสัปดาห์มานี้ เราไม่ฟังเพลงเป็นกิจลักษณะเลยค่ะ
ได้ยินก็ฟัง แต่อยู่ดี ๆ ให้เปิดก็ไม่เปิด ไม่อยากฟัง
เราก็ยังอยู่ดีได้ปกติ

ไม่เคยมีใครที่ไม่ได้ฟังเพลงแล้วต้องเจ็บป่วยถึงขั้นตายมาก่อนนะคะ
ดังนั้น หยุดฟังเพลงซะบ้างเถอะค่ะ

แต่ถ้าสมมติชีวิตคุณ ไม่สามารถขาดเพลงได้จริง ๆ ขาดแล้วตายแน่ ๆ
ก็แค่
๑. เปิดฟังเบา ๆ เอาแค่พอได้ยินคนเดียว
(ถ้ามีคนอยากมาฟังด้วย เดี๋ยวเขาก็ขอให้เร่งเสียงเองแหละ)
๒. ถ้าจำเป็นต้องฟังดัง ๆ กรุณาฟังด้วยหูฟัง

หรือไม่ก็ย้ายตัวไปฟังในผับ เธค คอนเสิร์ต ฯลฯ แล้วกัน
อย่ามาฟัง ให้คนอื่นต้องทนได้ยินเลย รำคาญ!!!

................................................................................
สอนแต่งเพลง - ท้องฟ้าของฉัน : เพลงหนึ่ง ณ มุมหนึ่ง ในวันหนึ่ง by ประณิธี รัตนวิจิตร is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 Unported License.
Based on a work at mysky.exteen.com.

................................................................................