(ยิ่งกว่าบ้าอีก จะเขียนวันนึงกี่รอบวะเนี่ย)

ขอโทษทีค่ะ พอดีเราลืมกระดาษร่างบล็ิอกไว้ที่กองงาน
จึงโพสต์ขาดไปข้อนึง (ที่โพสต์ไปเมื่อเช้าคือใช้นึกเอา)

แต่พอดีคิดได้เพิ่ม ไม่อยากค้างคาเลยมาเติม

แถมได้เรื่องอื่น ๆ มาเล่าให้ฟังเป็นของแถมด้วย

ต่อของเก่าก่อน

๑๑. เปลี่ยนคอร์ดบางตัวในบางจุด
อย่างเพลงท้องฟ้าของฉันที่มีคอร์ดจุดนึงเปลี่ยนจาก F เป็น C sus4
ซึ่งเราฟังแล้ว ก็รู้สึกว่ามันเพราะดี มันทำให้รู้สึกว่ามันไม่เหมือนทำนองรอบก่อน ๆ
ทำให้คนฟัง(ที่ช่างสังเกต ฟังออก) รู้ว่าถ้าถึงคอร์ดตัวนี้แปลว่าใกล้จะจบเพลงแล้ว
ทั้งที่จริง ๆ เรากดคอร์ดผิด จะกด F (A C F) แหละ แต่นิ้วนางมันไปโดนตัวจีแทนตัวเอ เลยกลายเป็น
Csus4 (G C F) แทน
ถ้าเพลงนี้คือข้อสอบ การเล่นคอร์ดถูกหมดตามที่กำหนดไว้ แปลว่าสอบได้คะแนนเต็ม ถ้าเราเล่นคอร์ดผิดหนึ่งตัว ก็คงแปลว่าเราถูกหักคะแนน (ไม่ได้เต็ม) แต่เพราะว่าเพลงนี้ไม่ใช่ข้อสอบว่ะ การที่เราเล่นคอร์ดผิดแค่ตัวเดียว แน่นอนว่าถ้าอยากได้เต็มอยากให้มันสมบูรณ์ตามที่กำหนดไว้แต่แรก ก็คงจะต้องอัดใหม่ แต่เราไม่อัดใหม่ เพราะเรารู้สึก (ได้ยิน) ว่ามันก็เพราะดีอ่ะ (อย่างที่บอกไปแล้ว
ตรงที่ขีดเส้นอ่ะ ถ้าจำไม่ได้ก็กลับไปอ่านใหม่) เราจึงปล่อยให้คอร์ดเป็นแบบนี้ และกำหนดให้คอร์ดในกระดาษจดต้องเป็นแบบนี้แทนด้วย (แทนที่จะเสียเวลาไปอัดเพลงใหม่อีกรอบ เรากลับเอาปากกาเขียนคอร์ดที่กดผิดทับคอร์ดที่ตั้งใจกำหนดไว้ เพราะว่าเรายอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบ ถึงแม้มันจะไม่สมบูรณ์แบบตามที่คิดไว้แต่แรก แต่มันก็ออกมาสวยงามไม่แพ้กันเลยนะ ว่าป่ะ กร๊าก...) ส่วนคุณผู้อ่านจะเปลี่ยนคอร์ดบางตัว ในจุดไหน ในเพลงของคุณ โดยที่เปลี่ยนเองตามอารมณ์ (มันมีนะ เพียงแต่เราไม่รู้ เหมือนว่าคอร์ดเมเจอร์จะฟังดูแจ่มใส คอร์ดไมเนอร์จะเศร้าสร้อย หรือเข้าใจผิดวะ ไม่รู้อ่ะ แต่เสียงคอร์ดมันมีความหมายแหละ ฟัง ๆ ดู เดี๋ยวก็รู้ - แต่รู้ผิดหรือถูก อันนี้อีกเรื่องนึง เพราะเราก็ไม่รู้ ก๊าก...) ไม่ได้เปลี่ยนเพราะกดผิดแบบเรา ก็ทำได้หมดแหละ ถ้ามันเป็นเพลงคุณ ใครจะไปห้าม ถึงจะฟังดูทุเรศ ๆ แต่ถ้าคุณชอบมันก็ลดความจำเจได้น่า... ลองคิดคอร์ดมั่ว ๆ ดู

ตะกี้แกะคอร์ด เพลง ๑๑๒ แล้วนะ เดิม ๆ (หาคอร์ดตัวนึงตั้งนาน นานมาก ตั้งสิบกว่านาที กว่าจะเจอ ว่าควรจะเป็นคอร์ดอะไร) สุดท้ายก็ออกมาหน้าตาแบบเดิม ๆ ก๊าก... คุณ ๆ ไปเดาได้เลยมั๊ง คอร์ดที่เราใช้ มีไม่กี่ตัวแค่นั้นแหละ ก๊าก...

๑๒. แต่งท่อนจบ เพื่อใช้สำหรับจบเพลงโดยเฉพาะ
หลายต่อหลายเพลง มักจะจบเพลงด้วยท่อนฮุค คือฮุคจบแค่ไหนก็จบแค่นั้น
แต่ถ้าคุณคิดว่า มันจะไม่ตอกย้ำซ้ำเติมพอ มันซ้ำซากและจำเจ
ก็ควรจะลองสร้างท่อนจบขึ้นใหม่ เพื่อมาจบเพลงโดยเฉพาะ
(ไม่เอาท่อนที่ร้องไปแล้วมาปิดเพลง แต่เขียนเนื้อเพิ่มใหม่ จะทำนองใหม่ด้วยก็ได้ แต่อย่าหลุดจากทำนองเดิมนัก ไม่งั้นเดี๋ยวคนฟังนึกว่าคนละเพลง ถ้าจะเปลี่ยนไปมาก ก็อยู่ชิดท่อนเดิมไว้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนมากก็หาดนตรีมาคั่นให้พักหายใจก่อนได้ หรืออยากแต่งไงก็แต่งไป ตามสบาย)
...
อันนี้รวมไปถึงการเอาท่อนเดิมมาเปลี่ยนนิดหน่อยเพื่อให้จบแบบคนฟังจะจดจำไปอีกนานแสนนาน โดยส่วนตัว เราคิดว่าท่อนจบเพลง มีความสำคัญมากเลยนะ หลายเพลงไพเราะมาก แต่จบเพลงแบบธรรมดา ๆ ถ้าเราเปิดวิทยุมาฟังทันแค่สิบวิสุดท้ายของเพลง แล้วไม่ตีแสก เราจะไม่ใส่ใจเลย (ถึงแม้ว่าทั้งเพลงจะโคตรเพราะ แต่เราก็มาไม่ทันได้ฟัง เราจึงไม่ได้ยิน) แต่ถ้าเพลงไหนที่มันจบด้วยคำที่เป็นชื่อเพลง หรือตอกย้ำเนื้อหาในเพลง แบบสิบวิสุดท้ายของเพลงก็ยังพอรู้เนื้อหาบ้างเนี่ย หากเราชอบ+มันตีแสกหน้าเรา เราจะรีบไขว้คว้าหามาฟังอย่างบ้าคลั่งเลย (ไม่รู้เป็นบ้าอะไร ชอบเปิดเพลงมาแล้วเจอตอนเพลงกำลังจะจบเสมอเลย แล้วมักจะเป็นเพลงเพราะ ๆ ด้วย ถ้าเป็นเพลงไทยก็ดี ฟังเนื้อเพลงออก ก็ยังเอาเนื้อนั้นไปถามชาวบ้านได้ แต่เพลงฝรั่งเนี่ย ฟังไม่ทัน ฟังไม่ออก บางเพลงเราตามหาอีกเป็นปี ๆ เลยกว่าจะรู้ว่าเป็นเพลงอะไร เพราะบางทีมันไม่ใช่เพลงใหม่ ไม่ใช่เพลงฮิตติดชาร์ตอ่ะ ก็หาไม่ค่อยจะเจอ บ่นนิด บางเพลง ดนตรีไพเราะมาก สิบวินาทีสุดท้ายมีแต่เสียงดนตรี โคตรเพราะสุด ๆ ไปเลย ถ้าดีเจไม่บอกว่าเพลงอะไร บางทีเขาบอกไว ก็ตั้งสติไม่ทัน เลยฟังไม่ทัน +ไม่อยากเสียเวลาโทรไปถาม ก็เง็งเลยอ่ะ เพราะถ้าหลุดเนื้อมาบ้าง สามสี่คำยังเอามาใส่ค้นหาในกูเกิลได้ แต่ถ้าเป็นดนตรีเนี่ย จบเลย ไม่รู้จะไปใส่กูเกิลยังไง เมื่อสมัยก่อน ตอนสักยุคกลาง?! เราชอบฟังเพลงคลาสสิกมาก ฟังเรื่อยเปื่อยไม่ได้มีความรู้อะไรหรอก แต่สุดท้ายก็เลิกชอบ เพราะว่ากว่าเพลงจะจบก็นานมาก แถมฟังจบแล้วไม่รู้อีกว่าชื่อเพลงอะไร มีแต่ชื่อยาก ๆ เอาไปค้นหาก็ยาก ถามใครก็ไม่ค่อยรู้ เลยเลิกฟัง เพราะขี้เกียจตามหามาฟัง ขณะนี้เราจึงจำได้เพลงเดียว คือเพลงนี้ มินูเอ็ด สตริง ควินเต็ด ในบันใดเสียงอีเมเจอร์ ... ของลุยจิ บอคเคอรินี นี่คือแบบแรกที่ได้ยินเมื่อแปดหรือเก้าปีที่แล้วทางวิทยุ จำได้ติดกบาลเลย เพราะว่า กว่าจะหาชื่อเจอ มันใช้เวลานาน...น..น...มาก...)

๑๓. ไปชวนเพื่อน (คนอื่น ๆ ใครก็ได้ที่อยากแต่งเพลง) มาช่วยกันแต่งเพลง ก๊าก... นี่เป็นวิธีที่เราชอบ แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ เท่าที่จำความได้ เราเคยใช้วิธีนี้กับแค่สามเพลง (ถ้าจำไม่ผิด) นั่นคือ
เพลง 20
ลำดับที่ 20
ชื่อเพลง Sex(Y).com's song1
จังหวะ pop
วันที่แต่ง 20 พฤศจิกายน 2543
เวลา บ่ายๆ
บริเวณ สระบัวหน้าโรงเรียน
คำร้อง-ทำนอง ประณิธี รัตนวิจิตร
และ ชมัยพร พจน์ภูวดล

นึกถึงวัน ที่ฉันได้อยู่กับเธอนั้น
เรามีกัน เคียงกันไม่เคยห่าง
พอเธอไป ทิ้งให้ฉันต้องเดียวดายอ้างว้าง
เพราะหนทาง ที่เธอไปนั้นแสนไกล

เธอเลือกทาง ก้าวเดิน ที่ต่างไปจากฉัน
เพราะสำคัญ กับเธอนั้นมากมาย
ทำให้เรา ห่างกัน โดยไม่มีจุดหมาย
ว่าเมื่อไร เราจะได้มาพบกัน

*หากเธอนั้น คิดถึง ก็โทรหากันบ้าง
อย่าให้ร้างความรัก ที่เราเคยมีต่อกัน
หากเธอเหงา ฉันพร้อม จะไปอยู่ในความฝัน
ให้เธอรู้สึกในหัวใจ (ว่าฉันยังรักเธอ)

rap อยากบอกว่าฉันคิดถึงเธอนะ
ไม่รู้ว่าเธอจะคิดถึงฉันบ้างไหม
คิดถึงเธอคนเดียวแทบจะขาดใจ
ไม่รู้เธอเป็นอย่างไร (เอ้า) อย่างไรบ้าง
สัญญาของเราเธอยังจำได้ไหม
จะเป็นเหมือนเดิมตลอดไปถึงแม้ว่าไกลห่าง
คิดถึงฉันนะ คิดถึงฉันนะ แล้วจะไม่อ้างว้าง
ฉันคนนี้จะเคียงข้างเธอตลอดไป


ฟังเพลง 21
ลำดับที่ 21
ชื่อเพลง Sex(Y).com's song 2
จังหวะ pop
วันที่แต่ง 13 ธันวาคม 2543
เวลา บ่ายๆ
บริเวณ  ริมสระบัวหน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว
คำร้อง-ทำนอง ประณิธี รัตนวิจิตร
และ ชมัยพร พจน์ภูวดล

กว่าจะมารวมกันเป็นเรา
อยู่ลำพังกับความเงียบเหงาเดียวดายมานาน
กว่าจะมาเป็นเพื่อนกัน

กว่าจะรักกันอย่างวันนี้
กว่าจะมีไมตรีที่มอบให้กันและกัน
ก็เคยเจอวันที่ฉัน
และเธอนั้นเกิดความไม่เข้าใจ

*เพราะสิ่งนั้น ที่ทำให้เรารู้สึก ข้างในลึกๆนั้นห่วงใย

**ขอบคุณฟ้า(ขอบคุณที่ฟ้านำเรานั้นมาพบกัน)
ขอบคุณสวรรค์(ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ฉันได้พบเธอ)
ขอบคุณใจดีๆ ดวงนั้นที่ยังมั่นคงอยู่เสมอ
ขอบคุณเธอ (ขอบคุณที่รักกัน และทำให้ฉันมีวันที่สวยงาม)

เพลง 46
ลำดับที่ 46
ชื่อเพลง ยอม
จังหวะ ballad
วันที่แต่ง 20 ตุลาคม 2545, 7 พฤศจิกายน 2545
เวลา สายๆ
บริเวณ ในห้องม.6/10 เลขห้อง 147  ตึกร่มเกล้า โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว
คำร้อง-ทำนอง ประณิธี รัตนวิจิตร
ท่อน "ตามใจต้องการ" ชญาณ ลำเภา ช่วยคิด

ฉันไม่แน่ใจว่าเธอเคยรักกันบ้างหรือเปล่า
เพราะเธอไม่เคยบอก ไม่เคยแสดงเลย
ฉันเห็นแค่เพียงท่าทางเย็นชาที่ดูเฉยเมย
ทำไมถึงลงเอย เป็นฉันมีใจให้ไป

*ทั้งๆที่ฉันต้องเจ็บต้องช้ำ
ทั้งรู้ฉันยังจะทำ
เพราะเป็นคำเรียกร้องของหัวใจ
ไม่รู้พรุ่งนี้จะดีจะร้ายมากมายแค่ไหน
แต่ก็ยอมให้เป็นไป
ฉันยอมให้เป็นไปตามใจต้องการ

สามเพลงนี้แหละ
จริง ๆ ไอ้เพลงแรก เรานึกออกแล้ว มันไม่ได้เริ่มจากสระบัวหรอก (เออ ชื่อเพลง อย่าคิดมาก มันคือชื่อกลุ่ม แบบว่า ทั้งแปดคนไม่มีความเซ็กซี่กันสักคนเลยตั้งชื่อนี้เป็นชื่อกลุ่ม!!! ไอ้คนตั้งคือคุณชมัยพร - ผู้ที่มีความเซ็กซี่สุด ๆ มั๊ง? เราคาดว่าคงไม่ใช่เราตั้งหรอก แค่เห็นเราก็ชวนเซ็กซ์เสื่อมแล้ว ก๊าก..) จริง ๆ เพลงที่ยี่สิบ มันเริ่มจากบนห้องเรียน เลขห้องอะไรไม่รู้ วันนั้นเป็นวันกิจกรรมอะไรสักอย่าง น่าจะเตรียมกีฬาสีหรือมีงานไรสักอย่างที่ ร.ร. เขาก็จัดคาบเรียนให้ซ้อม ๆ กัน แต่พอดีพวกเราไม่มีหน้าที่อะไรเป็นหลักแหล่ง เลยนั่งลอกการบ้านกันในห้อง ก๊าก... (เหมือนจะเป็นที่สิริยาคารอ่ะ ม.สี่เราเรียนที่สิริยาคารเหรอ ก็ไม่น่าใช่! แต่ก็ไม่แน่ใจ เอาเถอะจำไม่ได้ แต่เราจำได้เพียงว่า เราจะหาอะไรให้นก-เพื่อนในกลุ่มพวกเราที่ออกไปเรียนที่อื่น นกเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ได้ต่อม.สี่ที่นี่ เราเลยแต่งเพลงให้นก แต่แต่งไปได้สองวรรคเหมือนจะปวดอึ?! เลยเดินไปบอกแชมมี่พร้อมกระดาษแต่งเพลง ว่าช่วยแต่งต่อที ไม่ไหวแล้ว - เหตุผลที่ไม่แต่งต่อ เราก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกนะ แต่เราคิดว่าหน้าอย่างเราจะมีสักกี่เหตุผลกัน เลยเดาว่าเราคงอยากไปห้องน้ำ ก๊าก! แล้วพอกลับมาแชมมี่ก็แต่งไปอีกวรรคสองวรรคเอง เราเลยนั่งแต่งกันคนละวรรคสองวรรคจนจบเพลง ไอ้คนที่คิดให้เพลงนี้มี rap ก็น่าจะเป็นแชมมี่ เพราะเราไม่ชอบเพลง rap เนี่ย ทุกวันนี้เราไม่กล้าทำเพลงนี้หรอก เพราะเรารอให้มันมา rap เป็นเพื่อน เพลงนี้จะค่อนข้างมีคำพอ ๆ กับกลอนแปดอ่ะนะ เพราะว่าแต่งแบบไม่มีทำนอง มามีตอนเราเดินกลับมาแล้ว ส่วน rap อ่ะ มาแบบยังงง ๆ,

ส่วนเพลงที่ยี่สิบเอ็ด อันนี้ที่สระของจริง จำได้ เราแต่งกับแชมมี่ แล้วเพื่อนเราก็หนีไปเล่นบาสกันหมด ทิ้งเรานั่งแต่งเพลงคนเดียว เพลงนี้แชมมี่แต่งนิดเดียว แต่มีท่อนฮุคภาษาอังกฤษที่แชมมี่แต่ง น่าเสียดาย ที่ไม่รู้เนื้อไปไหน มันไม่ได้ให้เนื้อเพลงกับเรา, เราไม่ยอมจดเนื้อเพลงมา หรือเราทำกระดาษเนื้อเพลงหายกันแน่ เราก็ไม่อาจจะรู้ เพราะจำไม่ได้ แต่จำได้แค่ว่า เนื้อภาษาอังกฤษมีเฉพาะท่อนฮุคทำนองเ้ปลี่ยนเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ยังคงเค้าเพลงที่เราสร้างไว้แต่แรก
You're my friends (
เหมือนจะร้องว่า You are my friends มากกว่า)
I can't forget you since I met you
X X X X X X X X X X my breeding
You're the flowers of my life
and every shine in my mind
Thank you for the love you give me
and let me see the wonderful time จบ
X คือ เราจำเนื้อไม่ได้ ละไว้ตามคำ ที่แย่กว่านั้นคือหลังจากนั้นไม่นาน เราถามแชมมี่ซึ่งเป็นคนแต่งเนื้อนี้ มันเองก็ยังจำไม่ได้ จบเลย จบเห่ ใครจะมาช่วยซ่อมเพลง ก็จะขอบคุณมาก พอดีไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ ไม่งั้นจะซ่อมเอง),

ส่วนเพลงที่สี่สิบหก ตอนนั้นเรานั่งเรียนข้างชญาณ พอดีแต่ง ๆ เพลงอยู่ แล้วเกิดหาทางจบเพลงไม่ได้ เลยหันหลังไป แล้วยื่นเนื้อเพลงไปให้แชมมี่ช่วยจบให้ แต่แชมมี่มัวเขียนนิยายเรื่องเกมกามเดอะซีรีส์อยู่มั๊ง แชมมี่มันไม่ช่วยเราอ่ะ เราเลยหันข้างไปให้ชญาณช่วยแต่งแทน ตอนแรกมันก็ไม่ยอมแต่ง บอกแต่ว่าแต่งไม่เป็นโว้ย ๆ แต่แล้วอีกไม่กี่นาทีต่อมา อยู่ดี ๆ มันก็ขอเนื้อเพลงไปดูใหม่ แล้วก็แต่งให้แบบนี้ เราก็เลยได้เพลงมาแบบนี้ แบบเราว่ามันแต่งโคตรธรรมดา แต่ว่าลงตัวดีว่ะ เราเลยปิดเพลงนี้จบเลย ถึงเพลงนี้จะสั้น แต่เราชอบว่ะ เราว่ามันดูน้ำเน่านิด ๆ ดี กร๊าก... เราว่าคนส่วนใหญ่ก็ชอบทำตามใจตัวเองแหละว่ะ หรือว่าไม่จริง!

หมดและรายละเอียดสามเพลง
บอกตรง ๆ เราอยากชวนคนมาช่วยแต่งเพลง ชวนคนที่เราคิดไว้แล้ว แบบอยากได้ความคิดเห็น ดูทิศทางการพาเพลงไป เพราะอย่างแต่งกับแชมมี่เนี่ยหนุกมาก จากบางทีคอนเซปในใจอย่างนึง พอมันแต่งต่อ ก็พาไปอีกอย่างนึง จริง ๆ น่าจะมีอีกว่ะ จำได้ว่ามันก็หลายเพลงอยู่นะ แต่นึกไม่ออก เออนึกออกแล้ว แต่เพลงนี้ตอนเรียนอยู่นั้นแต่งไม่จบ เรามาปิดให้จบเองทีหลัง (ตอนนั้นใช้ร้องแซวผู้ชายในห้อง = คุณทศ คุณโส โจ โจ้ แล้วแต่อารมณ์)  ก๊าก... ไม่ได้ทุเรศหรอกนะเฟ้ย ออกแนวฮา ๆ
ลำดับที่ 23
ชื่อเพลง แอบชอบเธอ
จังหวะ pop
วันที่แต่ง 25 ธันวาคม 2543, 2 มีนาคม 2544
เวลา สายๆ อาจารย์ไม่เข้าสอน
บริเวณ ในห้องม.4/10 (เลขห้อง 332) ราชวินิตบางแก้ว
คำร้อง-ทำนอง ประณิธี รัตนวิจิตร
และ ชมัยพร พจน์ภูวดล

แอบ แอบเก็บเธอไว้ ไม่เคย ได้พูดไป
เพราะกลัวเธอไม่มีใจ
และกลัวเสียใจ
ถ้าเธอไม่คิดอย่างนั้น

อยาก อยากบอกให้รู้ให้เธอได้เข้าใจ
ว่าจริง จริงแล้ว ฉันเองคิดยังไง
แต่ก็ทำไม่ได้
ก็ฉันขี้อายออกอย่างนั้น

*ได้แต่ส่งยิ้มๆ แค่สบตาปิ๊งๆ เผยสิ่งที่อยู่ข้างใน
เธอเดินผ่านแว๊บๆ ใจก็แปลบแปล๊บๆ ไม่รู้มันเป็นยังไง

โปรด โปรดสบตาฉันแล้วเธอจะเข้าใจ
แววตาของฉันมีเธออยู่ข้างใน
เก็บเอาไว้ไม่ได้ ต้องเผยหัวใจให้เธอรู้

(ท่อนที่ขีดเส้นนี้ เรามาเติมตอนเรียนมหาลัยแล้ว)

จำได้ว่าแต่งเพลงนี้กันนานมาก ร้องอยู่เป็นปี ๆ แก้เนื้อก็หลายรอบ (ในกลุ่ม จะมีคนร้องเพลงนี้ได้ แค่สองคนเท่านั้น ส่วนนอกนั้นบอกว่ารับไม่ได้ก็เลยไม่ยอมมาร้องด้วย แต่เราร้องท่อนฮุคไม่ได้นะ ร้องทีไร หัวเราะยาว ทำนองมันทุเร๊ศทุเรศ นึกไม่ออกบอกไม่ถูกว่าใครเริ่มเพลงนี้ขึ้นมาก่อน แต่อาจจะเป็นเราแหละ เพราะเรามันบ้าบ้าบอบอแต่ไหนแต่ไรแล้ว)

เราว่าต้องมีอีกว่ะ แต่เราจำไม่ได้ ไปดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ตื่น ตื่นสาย จะทำให้แม่ไปไม่ทันประชุม

เรามีของแถมว่ะ
เรื่องทำนอง
พี่เอก (พี่เขาแต่งทำนองเริดมาก) แนะนำมา

(12:20) NAKI-GENTER: ถ้าจะทำเพลง
(12:20) NAKI-GENTER: โดยเน้นที่โครงเพลงดีๆไว้ก่อน
(12:21) NAKI-GENTER: พี่แนะนำให้ฟังเพลง Instrument ที่เพราะๆนะ
(12:21) ประณิธี รัตนวิจิ: อินสตรูเมนต์คืออิหยังบ้างอ่ะพี่
(12:21) NAKI-GENTER: มันจะทำให้ ความคิด ความอ่าน ค่อยๆได้รูปได้รอย
เครื่องดนตรีครับ
(12:22) NAKI-GENTER: instrument - เครื่องดนตรี
(12:22) NAKI-GENTER: ก็พูดง่ายๆ
Backing Track ดีๆนี่แหละ
(12:23) NAKI-GENTER: ที่ไม่มีคนร้อง
(12:24) ประณิธี รัตนวิจิ: อ๋อ ฮับ


(1:00) ประณิธี รัตนวิจิ: พี่เอก แอมเอาที่พี่เอกแนะนำแอม ไปเขียนบล็อกนะ เรื่องให้ฟังอินสตรูเมนต์มาก ๆ อ่ะ
เดี๋ยวจะบอกด้วย
ว่าพี่เอกแนะมา
(1:01) NAKI-GENTER: ครับ
(1:01) ประณิธี รัตนวิจิ: ว่าแต่พี่เอกมีบล็อกป่ะ
จะ link ให้
(1:01) NAKI-GENTER: ไม่มี
(1:01) ประณิธี รัตนวิจิ: เหรอ
(1:01) NAKI-GENTER: ไม่เล่น ไรสักอย่าง
กลัว
(1:01) ประณิธี รัตนวิจิ: โอเช งั้นจะบอกว่าพี่เอกบอกมาแล้วกัน (เอกไหนไม่รู้ ก๊าก...)
(1:01) NAKI-GENTER: ซะงั้น
งือ
เดี๋ยวเอานี่ให้ฟัง
(1:02) NAKI-GENTER: แนว อิเลคทรอนิค ป๊อป
(1:02) ประณิธี รัตนวิจิ: เหรอ
ส่งมา
ได้เลย
(1:03) NAKI-GENTER: พี่พยายาม ให้ แอมป์ รู้จักไรมากขึ้น
(1:03) NAKI-GENTER: อาจจะรู้แล้วก็เป็นได้
พี่ก็นะ
5555
(1:04) NAKI-GENTER: เริ่มการส่งไฟล์
(1:04) NAKI-GENTER: อะ กด จ่ั
(1:04) NAKI-GENTER: เอาเหอะพี่ หนูชอบเรียนรู้ ซ้ำก็ไม่เป็นไรหรอก อะไรที่หนูรู้ จะเป็นวิทยาทาน (ถ้ายังมีแรงเล่า)
กร๊าก...
(1:05) NAKI-GENTER: แต่ คนที่จะคิดแบบเดียวกับพี่อ่ะนะ
(1:05) NAKI-GENTER: มันก็มีน้อยนะ
คือต่างคน ต่างคิด
(1:05) ประณิธี รัตนวิจิ: คิดไงอ่ะ
พี่เอกคิดไง ทำไมคนคิดน้อย
(1:05) NAKI-GENTER: คือ บางคนฟังเพลงเพราะ เพราะว่าเนื้อเพลง
ช่าย มัน 60 เปอร์เซนต์
(1:06) NAKI-GENTER: เนื้อช่วยได้ 60 เปอร์
(1:06) NAKI-GENTER: เวลา พวกคนที่จะทำเพลง
เพลงพวกนี้ เขาไม่ฟังกันหรอกนะ
(1:07) NAKI-GENTER: โน่น ไปฟัง แนวโมซาท ไรโน่นแน่ะ
(1:07) ประณิธี รัตนวิจิ: โมสาทเลยเหรอ
หลอน
(1:07) NAKI-GENTER: แต่เวลาทำงานจริง ต้อง Adapt ให้ลดลง เพื่อคนที่ฟังระดับพื้นฐาน เข้าใจได้ง่าย
(1:08) ประณิธี รัตนวิจิ: อ๋อ เริด

โมสาท ไปฟังกันซะ กร๊าก... หลอน

แถมอีกอย่าง แบบว่าจริง ๆ จะไปเปิดเอนทรี่จากอีกบล็อกนึง แต่ไม่ไหวแล้ว จะนอนแล้ว



เคยเจอคนมาจากกูเกิล ค้นคำว่า สอน+แต่ง+สวน แล้วติดเข้ามาในบล็อกเรา (บล็อกนี้) เราเลยขอแปะเลยแล้วกัน ว่าเราสอนแต่งสวน (ณ ตอนนี้) ได้แค่ว่า
๑. อย่างแรกคือ ต้องตอบคำถามเหล่านี้ก่อน
- นอกจากความรู้สึกอยากแต่งสวนแล้ว คุณมีเหตุผลที่ลึกกว่านั้นไหม เช่นว่าจะแต่งสวนทำไม?
(แต่งเพื่อดูเฉย ๆ สวย ๆ งาม ๆ, แต่งไว้ลดมลภาวะ, แต่งไว้แก้ฮวงจุ้ย ฯลฯ)
- จะให้ใครแต่งสวน
(ถ้าลงมือแต่งเอง ก็อ่านต่อ ถ้าจะจ้างก็เลิกอ่านได้เลย กร๊าก...)
- แต่งแล้วจะให้ใครดูแลสวน
(ถ้าจ้างคนดูแล ก็คิดถึงค่าใช้จ่ายต่อไปอีกยาว ๆ นั่งคิดไปก่อนนะ แต่ถ้ามีเงินมาก ก็ไปจ้างเหอะ ไม่ต้องศึกษาหรอก แต่ถ้าจะดูแลเองก็อ่านต่อ)
๒. ถ้าเลือกที่จะจัดการสวนเอง ก็มาดูกันต่อ
เนื่องจากคุณตัดสินใจจะทำเอง
ก็เริ่มศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ไม่ต้องวุ่นวายมาก แค่ไปร้านต้นไม้ แล้วถามเขาว่าบ้านคุณมีที่ว่างที่จะจัดเป็นสวนขนาดเท่านี้ มีดินลักษณะนี้ ปลูกไรดี เอาสรรพคุณที่อยากได้ (กันแดด กันลม กันฝน สวยงาม กินผล เก็บดอก ฯลฯ)
๓. ชอบแบบไหน ลองซื้อมาปลูก เริ่มจัดเองทีละมุมของพื้นที่ก่อน ออกแบบเองเลย อยากให้ค่อย ๆ ทำ และดูแล ถ้าที่เอามาลงรอดแน่นอน เติบโตสวยงาม ค่อยจัดต่อ (ที่บ้านเราเป็นงี้ ป๋าจะจัด ๆ เปลี่ยน ๆ ปลูก ๆ ถอน ๆ ไปเรื่อย ๆ การจัดสวนต้องใช้เวลาและการดูแล ถ้าจะทำเอง ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหามาลงมากมาย ดูแลไม่ได้ สุดท้ายต้นไม้ก็ตายอยู่ดี)

นี่มาเขียนจนเสร็จ เพราะว่าน้องไรวะ (จำได้ว่าเคยคุยกันแต่จำชื่อไม่ได้ว่ะ) ที่ไตเติลชื่อเอ็มว่าสปิริตออฟไฟต์ อ่ะ ได้ถามถึงเรื่องนี้มา เจ๊ก็เลยใส่รวดเดียวไว้นี่เลย ก๊าก...

ใครอยากได้ความรู้เรื่องแต่งสวน แบบเต็ม ๆ ไปหาหนังสือเหล่านี้อ่านนะ พอดีเราซื้อหนังสือของท่านอาจารย์ท่านนี้มาสองเล่ม อ่านแล้วชอบมาก (ยังอ่านไม่จบ) อ่านง่ายดี ลองไปหามาอ่านดู


ไปแล้ว โชคดี ไม่ลืมอะไรแล้วแหละ เมื่อยว่ะ ครบที่นึกออกตอนนี้

ปล. ตาอ้วนที่รัก ลืมน้องแล้วฤาไร หายหน้าไปหลายวันเลย กรี๊ด ๆ ๆ ๆๆ ๆ ๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (กรี๊ดไปงั้นแหละ กร๊่าก... เป็นพวกชอบเรียกร้องความสนใจ)

ขอพักร้อนยาว ก๊าก...


 

Creative Commons License
สอนแต่งเพลง - ท้องฟ้าของฉัน : เพลงหนึ่ง ณ มุมหนึ่ง ในวันหนึ่ง by ประณิธี รัตนวิจิตร is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 Unported License.
Based on a work at mysky.exteen.com.
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไอเดียแต่งเพลงรว่มกับคนอื่นนี่น่าสนใจครับ big smile

#1 By panugan on 2009-04-07 10:40

ไปชวนเพื่อนน่าจะยากสุดconfused smile confused smile ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#2 By V@R on 2009-04-07 14:28