ภาค ๒ - ลดความจำเจด้วยไอเดียในการปรับอะไรอะไรในเพลง ต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว - แถมบ้าบออีก ไว้หัดเขียนเนื้อเพลง
posted on 06 Apr 2009 10:35 by mysky in Try-Doing
คิดเพิ่มได้อีกนิดหน่อย มาต่อให้เลย กลัวลืม เบื่อว่ะ
เดิมข้อไรวะ
๙. เอา ปาดัมปาดาปับปาลาฮู ไปใส่ในเพลง
ปา ดัม ปา ดา ปับ ปา ลา ฮู คือตย.เสียงที่ชอบใส่ในเพลง
เช่น ลา ล้า ลา ล้า, ฮู้...ฮู, ปับ ปั๊บ ปับ ปา, ชูบีดูวับปั๊บปา, ปาดีดา, น้าน้า (ลุงป้าน้าอาเอามาให้หมด ก๊าก...) ฯลฯ
อันนี้เราชอบมาก ชอบมานานแล้ว คิดว่าบ่นถึงบ่อยนะ
เพลงที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดไอเดียนี้คือเพลง
Ode to My Family ของ THE CRANBERRIES
ได้ยินครั้งแรกตอน ป.๖ (ยังไม่ได้ฟังเพลงสากลเลย)
ได้ยินในทีวี ตามหาหลายปีกว่าจะเจอ
จึด จือ ดึด จือ . . . .
ประโยชน์ของเสียงแบบนี้ (เสียงที่ไม่มีความหมายโดยตรง) คือ
ช่วยเติมเต็มในเพลง ทำให้เพลงจบได้
(เติมตรงทำนองที่หาเนื้อลงไม่ได้)
บางอันเพราะ สวยงามมาก ๆ
เช่น โดยส่วนตัวเราชอบเพลง
http://www.imeem.com/pranitee/music/pMSr-shO/dubstar-the-self-same-thing-dubstarmp3/
กับ
http://www.imeem.com/odirruba/music/m9SvK3Mf/jonh-lenon-woman/
ชอบสองเพลงนี้มาก ๆ โคตรชอบ ร้องบ่อย นอกจากนั้นเราก็ฟังเรื่อย ๆ
แบบว่าพอได้ยิน ก็จะหยุดทุกสิ่ง เพื่อจะตั้งใจฟัง ว่าเอาเสียงอะไรมาร้อง
แต่ก็มีบางเพลงเหมือนกัน ที่พอฟังแล้วรู้สึกว่าไม่เห็นจำเป็นต้องใส่
บางทีใส่แล้วยิ่งทุเรศลง ก็มีนะ ไม่ใช่ไม่มี
แต่ไม่ขอยกตัวอย่าง เพราะเดี๋ยวจะพาให้เราไปโดนคนแต่งเพลงกระทืบ
หรือไม่ก็อาจจะพาเราไปโดนนักร้องกระทืบ (พูดตรง ๆ คือ เราคิดว่าเสียงร้องมีอิทธิพลเหมือนกัน คนเสียงเข้ม ๆ เสียงที่ฟังแล้วอึดอัด ๆ พลังจัด ๆ และร้องเพลงอยู่แนวเดียว ไม่มีเสียงพลิ้ว เสียงผ่อน เสียงแหบ เสียงเย็น เสียงจาง เสียงหมดแรง ไม่ควรร้อง เพราะมันจะน่าอ้วกมากกว่าน่าฟัง ร้องท่อนแบบนี้มันน่าจะดูพลิ้ว ๆ หน่อยอ่ะ ถึงจะน่าฟัง ไม่ใช่แหกปากตะโกนเต็มเสียง อึดอัด ๆ ไม่ชอบ)
แต่หลายครั้ง เสียงแนวนี้ก็ไม่ได้มาใช้แก้ไขตอนหาเนื้อลงไม่ได้
(แบบที่เราชอบทำ ตย.คือเพลงเรา เพลง "รักแท้" อ่ะ ตรง "ฉันมีความสุขที่พบว่า ฉันมีเธออยู่ในใจทุกเวลา น้า . . . . ." - น้า. . นี่เลย เพราะตอนนั้นคิดเนื้อเพลงไม่ออกแล้ว ตัน ก๊าก... เห็นไหม อย่างน้อยวิธีนี้ ก็ทำให้เติมเต็มตรงทำนองส่วนนี้ ให้สามารถไปต่อได้ จนแต่งเพลงจบ เริด ก๊าก...)
แต่กลับ ทำมา่เพื่อเป็นเมโลดี้ตรงที่เป็นดนตรีเฉย ๆ ทำให้เพลงเพราะขึ้นมาก ๆ
ชอบมากเลยเพลงนี้ (เพลงที่สามในเพลย์ลิสต์อ่ะ ไอมีมมันเหลือสามสิบวิ ฟังที่นี่แืทนแล้วกัน)
http://www.youtube.com/watch?v=QF_V2XyAOAU
ยังไม่ได้แปล ว่าง ๆ จะแปล
จืด จือ ดืด จื้อ...
ไปต่อวิธีอื่นดีกว่า ยิ่งเขียนยิ่งไปกันใหญ่
๑๐. เคยบอกไปแล้ว คือ เอาเนื้อเพลงเก่าของตัวเราเอง มาปัดฝุ่น ยัดใส่เพลงใหม่ ก๊าก... ถึงแม้มันจะทำบ่อย ๆ ไม่ได้ (น่าเบื่อตาย) แต่เราชอบนะ มันเป็นเหมือนการสร้างเอกลักษณ์อ่ะ เหมือนยัดโลโก้ของเราลงในเพลง ใครจะใส่อย่างอื่นก็ได้ เช่น เหมือนพวกฮิปฮอป จะชอบร้องชื่อวงตัวเองลงไปในเพลง ร้องชื่อสมาชิกทุกคนลงไปในเพลง ขอบอกไอเดียเรื่องชื่อนี่ขอยกเครดิตให้คุณพี่มนุษย์ในกล่อง เพราะพี่เขาเคยเขียนบอกเราไว้ว่าถ้ากลัวใครขโมยเพลงไปให้ร้องชื่อตัวเองใส่เพลงไปด้วย ก๊าก...
วันนี้คิดออกแค่นี้ เขียนแค่นี้ก่อน แต่มีของแถมบ้าบอสำหรับคนที่จะเริ่มหัดเขียนเนื้อเพลง (แม้จะเป็นแค่เพลงบ้าบ้าบอบอของตัวเอง ก็ยังดีกว่าไม่เริ่มเขียนเลย)
ของแถม๑ เรื่องทำนองวิธีที่หนึ่งที่เอาทำนองคนอื่นมาอ่ะ มาลองแต่ง ไม่ได้ขาย ไม่ได้ทำเพื่อเงิน ไม่ได้ทำให้ดัง ไม่ได้ทำเอาหน้า ทำเพราะมีคนวานให้ทำ
มีตย.เพลงนึง แต่งไว้นานแล้ว เพิ่งนึกออก
เพลงแคนนอน อันนี้พี่อาท เพื่อน(?)จุ๊บ (จุ๊บคือเพื่อนซี้ของเรา) วานให้เราแต่งให้ เพราะเขาชอบเพลงนี้มาก แล้วก็อยากได้เนื้อไทย เราเลยแต่งให้แบบนี้ เนื้อหาทั้งหมดในเพลง มาจากที่เรามองเห็นเองจากชีวิตของเขา(กับเพื่อนเรา) หุ ๆ...
ลองกดไปอ่าน ไปร้องตามดูนะ
ว่าง ๆ เราจะแต่งทำนองเพลงนี้ เพลงคั่วกาแฟ ตามที่เราเห็นมา ก๊าก...
เอาไว้ร้องตอนทำกับข้าว (ถ้าได้ทำ) เออ ไว้ร้องตอนล้างจานก็ได้ว่ะ
กับ
ของแถม๒ ปูปลาวอทซับส่งเมลมาให้ฟัง เพลงนี้ ไช้หนี้ - ป้ามีข้าว
ฟังแล้วฮาตกเก้าอี้ ขำมาก ทั้งที่ไม่เคยดู ไม่เคยฟังต้นฉบับ ไม่รู้จักอะไรทั้งสิ้น
เราว่าเหมาะมาก กับคนที่ชอบฟังภาษาอื่น แล้วจะลองเขียนเนื้อภาษาไทย
เอาไว้ดูกันเพลิน ๆ
อาจมีคนคิดว่าเสียเพลง (สมมติว่ามี) แต่เราคิดว่าไม่ได้มีแต่เสียนะ (ใครมองแค่นี้ ดูใจแคบไปนิ๊ดนึงอ่ะ) มีได้ด้วย อย่างน้อยก็คือได้โปรโมตศิลปินวงนี้ "ขอบอกว่าเพลงนี้ ทำให้เรารู้จักวงนี้เลยนะเนี่ย" (ถ้าไม่มีคนทำไฟล์นี้ - คนที่แกะเป็นเนื้อไทย) ป่านนี้เราคงไม่รู้จักหรอกวงนี้ เพลงนี้ ชอบ ๆ เริดมาก ขอบคุณคนที่แกะเนื้อเป็นภาษาไทยอ่ะ ชอบมาก
ปล.เพลงภาษาเกาหลี นี่น่าแกะเป็นเนื้อไทยมาก ๆ เพราะมี กอหญ้า มี อบซอส อะไรทำนองนี้ ฮามาก ชอบ ๆ
ไปลองเล่น ๆ กันดูนะ ไปแล้ว บ้ามานานแล้ว
โชคดีค่ะ ไว้เจอกันใหม่เมื่อเราคิดอะไรได้ นึกอะไรได้ เห็นอะไรมา ใครบอกมา (ใครอยากฝากเราสอนแต่งเพลง ก็มาเล่าได้ จะอ้างอิงให้เลย ไม่คิดอยากเอามาเป็นของเราหรอก เราแค่อยากให้คนอยู่กับตัวเองได้ ด้วยการแต่งเพลง)

สอนแต่งเพลง - ท้องฟ้าของฉัน : เพลงหนึ่ง ณ มุมหนึ่ง ในวันหนึ่ง by ประณิธี รัตนวิจิตร is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 Unported License.
Based on a work at mysky.exteen.com.
ฮ่ะๆๆ ผมก็ชอบนะ ไอเดียดี อีกเพลงนึงก็คงเป็นของดงบังชินกิ "โดนแย่งกินปลาช่อน โดนแย่งกินฟิชโช่"
การแปลเพลง หรือแปลงเพลง ก็เป็นการฝึกสกิลการแต่งเพลงได้เหมือนกัน ช่วงนี้กำลังหัดแปลเพลงการ์ตูนญี่ปุ่นให้เป็นไทยอยู่ฮะ
ส่วนไอ้ที่ไม่มีเนื้อนี่ไม่ค่อยใช้แหะ เพราะบางทีที่ต้องหารให้เนื้อหามันติดกัน (เนื้อหาสามคำแต่เพลงมีสี่โน้ต) พอใช้นาหรือฮาไปมันก็ดูตลกอ่ะฮะ เลยนานๆ ใช้ที
#1 By +:~: - Chocohime - :~:+ on 2009-04-06 12:48