วันนี้ไป ร.ร. ที่เรียนสมัยมัธยมมา (เมื่อวานก็ไป พรุ่งนี้ก็คงไป มะรืนก็คงไป มะเรื่องก็คงไป เอาว่าถ้าแม่ไป เราก็ไป อย่างน้อยก็ช่วงนี้) ใครอยากรู้รายละเอียดไปหาที่อื่น เราเล่าไว้ที่บล็อกอื่น ก๊าก...

โรงเรียนเราสวยมาก..................
โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว
เอิ๊ก ๆ

ต่อ ๆ

เราไปนั่งรอแม่ที่ศาลาน้อย
นั่งอ่านหนังสือ
แต่แล้ว หนังสือมันก็ถูกอ่านจนจบ
เราก็เลย นั่งกินลม
จนตัดสินใจว่าแต่งเพลงดีกว่า

ฮ่า ๆ
เลยได้เพลงหนึ่งร้อยสิบสอง
(มีใครสงสัยป่ะ ว่าเพลง หนึ่งร้อยสิบเอ็ด ไปไหน - มันคือเพลงที่เราแต่งไว้ให้คุณพ่อคุณแม่น้องฟ้าร้อง แต่ยังแต่งไม่เสร็จว่ะ ได้สี่วรรค แต่งพร้อมเพลงหนึ่งร้อยสิบแหละ แต่เมื่อมันยังไม่จบเพลง เราก็คงไม่โพสต์ให้งง)

ทำนอง เนือย ๆ เหมือนเดิม
แต่จะเดิมยังไง ตอนนี้ทุกท่านก็คงอดฟัง เพราะเราไม่ได้ร้องมาแปะ ก๊าก...
เรารอให้ PC เราหายเจ๊งก่อน (ยังไม่ส่งซ่อม ไม่ทราบชะตากรรม หลังจากเปิดไม่ได้มาสี่เดือนกว่าแล้ว ก๊าก...)

อ่านเนื้อแล้วกัน
เผื่อจะมีใคร อยากเอาไปใช้หาทำนองวิธีที่สองก็ไม่ว่า แต่เนื้อนี้เพลงข้าโว้ย ก๊าก...

ลำดับที่ 112
ชื่อเพลง  ตามเวลา
จังหวะ เดิม ๆ
วันที่แต่ง ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒
เวลา ตั้งแต่บ่าย ถึงบ่ายสามกว่า ๆ
สถานที่ ในศาลาน้อยหลังใหญ่ (อันที่อยู่ใกล้กับรีซอสเซนเตอร์ที่สุด) หลังอาคารร่มเกล้า โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว
คำร้อง-ทำนอง ประณิธี รัตนวิจิตร
แรงบันดาลใจมาจาก
อ่านหนังสือจบ (ไม่มีอะไรอ่านแล้ว ไม่มีงานให้ต้องคิด) ไม่มีอะไรทำ
ลมเย็นดี
บรรยากาศดี
อะไรในหัวมันหลุดมาเรื่อย ๆ
ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้ออกมาเป็นงี้หรอก
ที่ตั้งใจไว้แต่แรกคือ จะแต่งเพลงไว้ร้องตอนจะนอนกลางวัน ก๊าก... (แบบว่า ณ ตอนนั้น บรรยากาศมันร้อนน่านอนมาก ๆ แต่นอนไม่ได้ เดี๋ยวไม่งาม ก๊าก... เราคงไม่ทุเรศขนาดนั้น ก็แค่ง่วงเฉย ๆ ไม่นงไม่นอน)


สายลมโชย พัดผ่าน
ภาพวันวาน กลับหวน มาอีกครั้ง
ฉันตกอยู่ใน ภวังค์
นั่งมอง ท้องฟ้า ที่สดใส
ไม่รู้สึกกังวล
ไม่อยากร้อนรน กับเรื่องใดใด
ตอนนี้ ฉันขอปล่อยตามหัวใจ เท่านั้น

โลกก็ยังหมุนไว
รอบรอบกาย เคลื่อนไหว ไปอีกวัน
วิ่งตามเวลา ไม่เคยทัน
คงเป็นเพราะฉัน=ไม่เอาไหน
แต่ถึงจะกังวล
ก็ยิ่งทุกข์ทนมากขึ้นในใจ
ปัญหามันจะหนักหนาไปยิ่งกว่านี้

(ตรงนี้กะจะบรรเลงดนตรี เล่นให้นานนานเลย นานแบบหลับไปได้สักสามตื่น ตื่นมาก็ยังไม่จบ
loop loop loop loop ไปจนกว่าจะพอใจ ก๊าก...)

สายลมโชยพัดไป
ฟื้นขึ้นจากหลับไหล พ้นไปอีกวัน
พักจนพอใจ พอแล้วฉัน....
คงจะถึงวัน ต้องกลับมา
สู่ โลกแห่งความจริง
ที่ไม่สวยงาม แต่สำคัญกว่า
.........................
.........
แค่ เรียนรู้ มัน ไปตามเวลา ที่ฉันยังมี


ต้องอธิบายไหมเนี่ย!
อธิบายดีกว่า (อยาก)

เพลงนี้มีทำนองเนิบ ๆ ไม่มีฮุคหักเหิกอะไรทั้งสิ้น มีทำนองชุดเดียว
จึงเนิบนาบ เหมาะแก่การนอนสุด ๆ
แต่เราชอบเนื้อหานะ หวังว่าคงไม่ได้ตีความว่าเราอยากจะชวนให้ทุกท่านหันมานอนกลางวันกัน ไร้สาระว่ะ ที่สำคัญคือตอนนี้เราก็ไม่มีเวลานอนกลางวันแล้ว - ไม่อยากง่วง
(อธิบายสักทีสิวะ อย่ามัวนอกเรื่องอยู่ - คนอ่านด่า)

สายลมโชย พัดผ่าน (ก็บอกไปแล้ว ว่าเรานั่งกินลมอยู่)
ภาพวันวาน กลับหวน มาอีกครั้ง (แบบว่า ภาพวันวานในที่นี้ เราขอเป็นวันวานที่มีความสุขอ่ะ แบบว่า จะบอกว่าภาพในอนาคตก็คงไม่ได้ เพราะมันยังมาไม่ถึง เราจึงไม่รู้ แต่ว่าวันวานอ่ะมันเห็นแล้ว วันวานนะไม่ใช่เมื่อวาน วัน

วานที่ผ่านมานานแล้ว แบบตอนมีความสุข สนุก กินขนม วิ่งเล่น เต้นระบำตุงก้าตุงก้า อะไรทำนองนี้)
ฉันตกอยู่ใน ภวังค์ (จะหลับ ก็คิดถึงคำนี้)
นั่งมอง ท้องฟ้า ที่สดใส (คือเรามองเห็นฟ้าด้วยไง มันสวยดี ฟ้าสีฟ้ามากเลยวันนี้)
ไม่รู้สึกกังวล (จะนอน จะกังวลทำไม)
ไม่อยากร้อนรน กับเรื่องใดใด (เดี๋ยวนอนไม่หลับ)
ตอนนี้ ฉันขอปล่อยตามหัวใจ เท่านั้น (ใจเรา มันบอกว่าจะนอน เราเลยตามใจเรา)

โลกก็ยังหมุนไว (หรือไม่จริง)
รอบรอบกาย เคลื่อนไหว ไปอีกวัน (วันวันผ่านไปไว๊ไว แป๊บ ๆ วัน แป๊บ ๆ วัน หมดวัน รู้สึกไม่ค่อยได้อะไรเท่าไร แต่เหนื่อย เหมือนรู้สึกว่าหมดวันอีกแล้ว ๆ ใครเป็นบ้าง?)
วิ่งตามเวลา ไม่เคยทัน (จนชักจะขี้เกียจวิ่ง วิ่ง ๆ ๆ ๆ เวลาก็วิ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ)
คงเป็นเพราะฉัน=ไม่เอาไหน (ด่าตัวเองซะงั้น แต่ก็นะ มันเพลงเรา เราจะด่าตัวเองก็คงไม่แปลก ถ้าเราด่าคนอื่นก็ว่าไปอย่าง)
แต่ถึงจะกังวล (คนอ่ะ ไม่กังวลเลย คงไม่ใช่ มีแต่กังวลมากน้อย แต่เชื่อว่าน่าจะเคยกังวลกันทุกคน)
ก็ยิ่งทุกข์ทนมากขึ้นในใจ (จริงไหม? "จริง")
ปัญหา มันจะหนักหนาไปยิ่งกว่านี้ (ประสาทแดก เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลไปเลย อะไรทำนองนี้)

(ตรงนี้กะจะบรรเลงดนตรี เล่นให้นานนานเลย นานแบบหลับไปได้สักสามตื่น ตื่นมาก็ยังไม่จบ
loop loop loop loop ไปจนกว่าจะพอใจ ก๊าก...) (คือเราไม่รู้จะแต่งยังไง เราเลยฮัมไปเรื่อย)

สายลมโชยพัดไป (พัดไปหมดแล้ว ลมหมด โอ๊ย ร้อน ร้อน ร้อนมาก!)
ฟื้นขึ้นจากหลับไหล พ้นไปอีกวัน (ตื่นอ่ะ แต่ไอ้พ้นไปอีกวัน คือหมดวันอยู่ดี)
พักจนพอใจ พอ..แล้ว..ฉัน.... (พอใจ/ไม่พอใจ ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า ควรจะพอได้แล้ว พักอ่ะ)
คงจะถึงวัน ต้องกลับมา (หน้าที่)
สู่ โลกแห่งความจริง (คนปกติเขาทำกันได้)
ที่ไม่สวยงาม แต่สำคัญกว่า (หน้าที่ของคนปกติ ก๊าก...)
......................... (นั่งคิดนานมาก.............................................)
.........
แค่ เรียนรู้ มัน ไปตามเวลา ที่ฉันยังมี

...............................
อาจารย์หลายท่านที่ ร.ร. มาเรียกเราเข้าห้องแอร์ บอกว่าร้อนจะตาย นั่งไปได้ไง
(ใจเราชอบอ่ะค่ะ เราชอบอากาศปกติ ณ ที่นั้น แม้ร่างกายเราจะไม่ชอบก็ตาม หาหมอสิวมาหลายตังค์ วันนี้หน้าแหกเลย แสงสะท้อน กับร้อน มาก หน้าแหกเลยจริง ๆ แดงเป็นลูกแตงโมเลย แต่ก็นะทำไงได้ คราวหน้าคงไม่นั่งแล้ว

ก๊าก... นั่งตั้งแต่บ่ายถึงสี่โมงเย็น แม้ในศาลาก็ไม่พ้น แดดสะท้อนเต็ม ๆ แต่บรรยากาศดีมากอ่ะ โรงเรียนเรา คิดถึงจัง! อยากจะก้มจูบดิน กร๊าก...)
ที่สำคัญคือ ตอนนี้หนูแต่งเพลงอยู่ค่ะอาจารย์ (แม่ด้วย ออกมาลากเราหลายรอบเลย) เพลงนี้แหละค่ะ
แต่ตอนอาจารย์หลายท่านมาชวนเราไปนั่งห้องแอร์ เราบอกไปแค่ว่า เราอยากนั่งร้องเพลง เพราะว่าเราไม่อยากไปนั่งห้องแอร์อ่ะ เราอยากกินลม ชมวิว
แต่งในห้องแอร์ ที่เงียบ ๆ ไม่ได้หรอกค่ะ
เดี๋ยวได้ยิน เสียงเรางึมงำ แล้วจะหลอน

อ่ะ แถมรูปโรงเรียนแล้วกัน (เก็บมาฝากนิดเดียว เพราะว่าขี้เกียจเดิน) สวยมาก (ยกเว้นห้องน้ำ หลอนกว่าตอนเราเรียนเยอะ ไม่ชอบที่รางน้ำมีน้ำขังตลอดเวลาอ่ะ กับที่ โถส้วมสูงมาก "มีใครเคยหน้ามืดตกจากโถส้วมบ้างไหมคะ"

หลอนอ่ะ ปล. - แค่ที่สิริยาคารนะคะ ตึกอื่นไม่ได้เดินไป ตึกอื่นคงสวยแหละ ตึกนี้มันเก่าแล้วก็เข้าใจอ่ะ แต่หลอนจริง ๆ กะว่าถ้าวันนี้สวมส้นสูงมา เราต้องหน้ามืดตกจากโถส้วมแหง ๆ ขออภัยคนที่กำลังกินข้าว มีใครอ่านบล็อกเราขณะกินข้าว ป่าววะ! อย่ามีนะ เรามันพูดทุเรศ ก๊าก...)


click to comment
ศาลาใหญ่ ใกล้ ๆ "ห้องซอส" (สมัยเรียน เราเรียกอย่างนี้อ่ะ)



click to comment
นี่เลยเริ่มแต่งเพลงบรรยากาศอย่างนี้เลย


ภาพข้างล่างคือเราตาลาย (น่าจะตาเอียงมากกว่า) ก๊าก...

รูปอะไรวะ งง จำไม่ได้



click to comment



click to comment

แถมให้




ใครเขียนวะ มีศาลาดี ๆ ให้นั่ง ยังมือบอนอีก ไม่ชอบเลยอ่ะ
บอกตรง ๆ นะ ว่าเราอยากสัมภาษณ์คนเขียน ถ้าจับได้ว่าเป็นใคร (แอบติดวงจรปิดดีไหม คุ้มไหมเนี่ย) จะถามมันว่า "ทำแบบนี้แล้วมีความสุขมากเลยเหรอ?" เสียดายศาลาสวย ๆ อ่ะ  


http://www.imeem.com/pranitee/playlist/82rX9ppQ/rwb-23-24-03-52-photo-playlist/

(link เจ๊งไปแล้ว ไอมีมมันห่วย ฮือ รูปอาหารของฉัน)
................................

สรุปว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุด สองปัจจัย ที่จะทำให้คุณแต่งเพลงออกมาเป็นเพลง
๑. คุณต้องอยากแต่งเพลง (ถ้าไม่อยากแต่งเพลง ก็จบ ไม่มีทางมีเพลงของตัวเองแน่นอน)
๒. คุณต้องว่าง ต้องว่าง ต้องว่าง... (เพราะถ้าไม่ว่าง ถึงมีไอเดีย คุณก็แต่งเพลงตอนนั้นไม่ได้ แต่ถ้าคุณว่าง ถึงไม่มีไอเดีย เราก็เชื่อว่าคุณแต่งได้เป็นเพลงแน่ ๆ มาตรฐานการนับว่าอะไรเป็น"เพลง"ของเรานั้นมันไม่สูง "เพลง" ไม่ได้แปลว่าอะไรที่ต้องไพเราะ ไม่สำคัญว่าต้องติดหู ไม่จำเป็นต้องทำให้ใครรวย! เพลงก็คือเพลง การแต่งเพลงนั้นเอาไว้ทำให้สามารถอยู่กับตัวเองได้ ในเวลาที่ไม่มีอะไรทำ ก๊าก...

.................................
อ่ะสุดท้าย เออ แถมอีกนิดอ่ะ แต่เป็นนอกเรื่องนะ
ที่ตึกว่องวานิช ร.พ.จุฬา อ่ะ (พอดีเราไปนั่งรอแม่ที่ตึกนี้ไง นั่งทุกวัน เห็นทุกวัน) จะมีผู้ชายตัวสูง ๆ ผิวดำ ๆ ผมสั้นไม่ใส่แว่นไม่ใส่เครื่องประดับใด ๆ ไม่ถือกระเป๋า เสื้อผ้าซีด ๆ เป็นเสื้อสีขาวลายตารางถี่ ๆ สีดำ ที่ซีดจนเป็นสีเทา ๆ

กางเกงขายาวสีเข้ม ไม่แน่ใจว่าดำหรือน้ำตาล แต่คงดำ มีกลิ่นตัว (แบบไม่อาบน้ำ กลิ่นโชย) เสียแหบ ๆ เดินมานั่งข้าง ๆ แล้วขอตังค์ โดยอ้างว่า กระเป๋าตังค์หาย หิวข้าว ขอเงินหน่อย ยี่สิบบาทก็ได้ ซึ่งครั้งแรกที่เจอ เขามา

ประชิดตัวแม่เราเลย แล้วแม่เราก็ถามต่อว่าเป็นคนที่ไหน เขาตอบว่าขอนแก่น (อาจจะโกหก) แม่ถามต่ออีกว่ามาทำอะไรที่นี่ เขาบอกว่ามาหาหมอ แต่โดนปล้นกระเป๋าเงิน ตอนนี้หิวข้าว ขอเงินกินข้าวหน่อย แม่เราเลยบอกให้เราให้

เงินเขา (ซึ่งทำให้เราหงุดหงิดมาก เพราะใจเราค่อนข้างแน่ใจว่าพฤติกรรมลักษณะนี้ ไม่ใช่ พฤติกรรมของคนดี ๆ ที่กระเป๋าสตางค์หายจริง ๆ - แต่ก็ไม่แน่!) พอให้ไป เขาก็วิ่ง (ใช้คำว่าวิ่ง แบบเร็วมาก) ไปขอคนที่นั่งถัด ๆ ไป คาด

ว่าได้หลายเลย (นี่คือเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่สองที่แม่เราฉายแสง)

จากนั้นสัปดาห์ต่อมา เรานั่งกับเอซัง ก็ได้ยินมาขออีก (ขอคนอื่น) เราเลยมั่นใจว่า ไอ้นี่ไม่ใช่คนดีแน่ ๆ และแล้ว มันก็เดินมาสะกิดหลังเรา (เราเป็นคนที่ถือตัวมาก เราไม่กระโดดถีบไอ้คนชั่วนี่ก็ดีแค่ไหนแล้ว เพราะเราไม่ชอบให้ "คนที่เราไม่รู้จัก" มาสะกิดเรา เราคิดว่ามันเป็นการถือวิสาสะอย่างรุนแรงมาก /คนรู้จักที่ไม่ค่อยสนิท ทำ เรายังขึ้นบัญชีดำไว้เลย) พอเห็นหน้าเท่านั้นแหละ เราบอกอย่างชัดเจนว่า "เคยให้ไปแล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว" มันพูดสวนเราทันทีเลย ว่า "ไม่มีน้ำใจ" (ขอโทษเถอะ น้ำใจ กล้าพูดเนอะ? อย่างแกเนี่ย เรียกว่าโจรได้แล้วค่ะ โจรในคราบคนตกทุกข์ได้ยาก) เรานี่เดือดเลยนะ หนอยมาว่า "ฉันไม่มีน้ำใจ" กะว่าจะมาโพสต์ด่าหลายรอบแล้วแต่ยังขี้เกียจ เลยไม่โพสต์

จากนั้น มันยังเดินเข้ามาขอเงินจากผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ทุกวัน! มาใช้ห้องน้ำ กินน้ำ เดินเข้าเดินออกประหนึ่งคนไข้ ญาติคนไข้ ไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด ถ้าสวนกับเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล มันจะแกล้งเปลี่ยนทางเดินไปกินน้ำบ้าง ไปนั่งเฉย ๆ บ้าง ไปเข้าห้องน้ำบ้าง (คือเราเห็นทุกวัน เห็นจนเล่าได้) 

วันนี้เรารอแม่เช่นเดิม ไม่เห็นมัน (เพราะก้มอ่านหนังสือ) ได้ยินเสียงมันมาจากข้างหลัง แล้วก็มีอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงผู้หญิงที่น่าจะมีอายุแล้ว พูดว่า "เงินหายทุกวันเลยเหรอ มาขอทุกวันเลยนะ" เท่านั้นแหละ มันวิ่งมาข้างหน้า พอดีที่นั่งข้างเรามันดันว่าง มันเลยลนลานมาก มาขอเงินเรา เราตอบว่า "เคยให้ไปแล้ว" มันก็รีบหันไปอีกข้างนึง คนนั้นเขาไม่ได้ตอบมั๊งแต่ก็คือไม่ให้เงิน คือเรากับผู้หญิงคนแรกพูดค่อนข้างดัง อย่างน้อย คนที่อยู่ในระยะสามเมตร น่าจะได้ยินชัด ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเผ่นแนบออกประตูไปเลย (คงกลัวโดนยามลาก)

เราไม่รู้หรอกว่าจะมีคนโดดหลอกขอเงินอีกมากน้อยแค่ไหน แต่เราคิดแค่ว่า เขา(ไอ้คนขอเงิน)มีมือมีเท้าปกติ เดินเหินได้ ทำไมถึงได้สารเลวนัก มาหากินกับคนเจ็บคนป่วย และญาติ (คนไข้ที่ตึกนี้มีแต่ที่เป็นเนื้องอก มะเร็ง มาฉายแสง) แค่นี้ ก็ทุกข์มากแล้ว ยังมาซ้ำเติมกันอีก (แต่ตั้งข้อสังเกตว่า ตึกนี้ค่อนข้างสงบ คนไม่พลุกพล่านมาก ยามไม่เยอะมั๊งมันเลยมาหากิน)

เลยเอามาเตือน ว่า อย่าให้เงินมันเลยนะคะ
เราไม่รู้หรอกว่าจะมีคนเดือดร้อนแล้วต้องมาขอความช่วยเหลือแบบนี้จริง ๆ หรือเปล่า แต่ถ้ามีก็น่าจะพาไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ร.พ. นะ ถ้ากระเป๋าเงินหายจริง "อาจ" (ซึ่งน้อยมากที่จะมี คงเป็นไปได้แค่ร้อยละ 0.000000001 เพราะ โจรเยอะมาก ต้องเข้าใจสถานที่แบบนี้ คนมากหน้าหลายตา สัญจรไปมามากมาย ไม่รู้ใครเป็นใคร) มีคนดี ๆ เก็บได้ แล้วมาฝากเจ้าหน้าที่ไว้ อะไรทำนองนี้ (แต่ถ้าเงินไม่ได้หายจริง มันจะวิ่งหนีไปเลย เพราะกลัวโดนจับได้)

จุดที่เสี่ยงโดนขอเงิน
เก้าอี้คอลัมน์ที่ติดกับประตูทางเข้าทั้งหมด โดยเฉพาะสองแถวหลังสุด และวันที่คนเยอะ แต่มีเก้าอี้ว่างเป็นหย่อม ๆ คนที่อยู่ใกล้เก้าอี้ว่าง จะเจอแน่นอน


ใครมีมือมีตีน มีแรงอยู่ อย่าท้อนะคะ เป็นคนดีเป็นไม่ยากหรอกค่ะ อย่าทำแบบที่เล่าไปนี้ เพราะมันเป็นคนเลว
ขอให้คิดดี พูดดี ทำดี และโชคดีกันทุกคนค่ะ 
อยากเห็นสังคมดี ต้องช่วยกัน

ปล. ไม่ได้พิสูจน์อักษรนะ ไปแล้ว โอ๊ย ไม่ตงไม่แต่งเพลงไม่คิดไม่เคิดอะไรแล้ว ขี้เกียจมาเขียนบล็อกแล้ว งานการฉันไม่เดินเลย กร๊าก

 

Creative Commons License
สอนแต่งเพลง - ท้องฟ้าของฉัน : เพลงหนึ่ง ณ มุมหนึ่ง ในวันหนึ่ง by ประณิธี รัตนวิจิตร is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 Unported License.
Based on a work at mysky.exteen.com.
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โรงเรียนสวยจังค่ะ

#1 By V@R on 2009-03-24 22:47

โอ๊ะ...
โรงเรียนเก่าก็หยิบมาแต่งเป็นเพลงได้ สุดยอดเลยฮะ...

ว่าแต่ ไม่มีตัวอย่างเสียงร้องของเพลงนี้เหรอฮะ
(วันใหนว่างๆ จะลองเอาเพลงของคุณฟ้ามาทำดูมั่ง)

#2 By +:~: - Chocohime - :~:+ on 2009-03-25 01:59

โรงเรียนสวยจริงๆด้วยครับ big smile

#3 By panugan on 2009-03-25 09:09

มีแต่ชมโรงเรียน ฮือ...

ไม่มีตย.เพลงนี้ค่ะ เรารอ PC กลับมาก่อน (ถ้าสมมติซ่อมไม่ได้ แบบปล่อยไว้นานจนมันพังไปแล้ว) ก็คงจะเป็นสักกลางเดือนหน้าค่ะ ถึงจะทำ แบบว่า จะได้มีเรื่องมาโพสต์ที่นี่ (อย่างน้อยจะได้มีเดือนละเอนทรี่ ก๊าก...)

(แต่นั้นคืออย่างเร็วอ่ะนะคะ ถ้าอย่างช้าก็คือไม่มีกำหนด) กร๊าก...

เพลงกล่อมนอนของเราzZZZ
เมื่อวานนั่งเรียบเรียงเนื้ออีก เปลี่ยนหลายคำอยู่ เดือนหน้าจะมาเล่า และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงจะแปะเพลงด้วย ขอบคุณทุกท่านที่รอฟัง (ดีใจมาก ๆ)

ว่าง ๆ จะสอนแต่งสวนที่นี่ด้วย ก๊าก... (เห็นคีย์เวิร์ดสอนแต่งสวนเข้ามาที่บล็อกเรา)