เพลงท้องฟ้าของฉัน, เรียบเรียง และเละเทะมาก แต่น่าจะให้อะไรกับท่านที่สนใจได้บ้าง
posted on 07 Feb 2009 01:37 by mysky in Try-Doing
กดฟัง หรือไม่กดฟัง ก็อาจได้ยินเพราะเราแปะไว้ที่ link อ่ะค่ะ
ท้องฟ้าของฉัน - Pranitee Ratanawijitr
109-ENCO-003.mp3 - Pranitee Ratanawijitr
ถ้าฟังแล้วจะอ้วก ก็ไม่ต้องฟังนะคะ และเพลงนี้กะให้ร้องสองคนค่ะ
พอร้องคนเดียวมันเลยเหนื่อย
(ถือว่าเป็นเพลงที่เรารักมาก แม้จะไม่มีคำว่ารักในเพลงเลย ก๊าก... อีกแล้ว)
ลำดับที่ 109
ชื่อเพลง ท้องฟ้าของฉัน
จังหวะ เดิม ๆ
วันที่แต่ง 5 กุมภาพันธ์ 2552 (กร๊าก...)
เวลา บ่ายสามกว่า ๆ ถึงบ่ายสี่
แต่งที่ ชั้น ๒ อาคารว่องวานิช ร.พ.จุฬาฯ ช่วงนั่งรอแม่ ก่อนจะไปมีตติ้งกับเพื่อน
คำร้อง-ทำนอง ประณิธี รัตนวิจิตร
แรงบันดาลใจมาจาก
อย่างแรก เราอยากแต่งเพลงเพื่อเป็นเพลงประจำบล็อกนี้
อย่างที่สอง เราชอบวลี ท้องฟ้าของฉัน มาก ๆ (ไม่งั้นคงไม่เอามาเป็นชื่อบล็อก)
อย่างที่สาม เราอยากแต่งเพลงนี้ให้แรงบันดาลใจของเรา
อย่างที่สี่ เราต้องแต่งเพลงนี้ให้เสร็จก่อนวันวันนึง (ไม่ใช่วันวาเลนไทน์แน่นอน!)
อย่างที่ห้า เราโดนคุณป๋าเรียกไปคุย ว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป (??!!!!!!!)
ซึ่งมันมาจากว่าเราเอาแต่ปล่อยเวลาไปวัน ๆ งานการไม่ทำ เรียนโทก็ยังค้าง ๆ คา ๆ
(มันมีหลายปัจจัยที่ทำให้ใช้ชีวิตมาแบบนี้ แต่หลัก ๆ เกิดจากการตัดสินใจของเราเองแหละ)
ตอนนี้เราตัดสินใจแล้วแหละว่าเราควรทำไง แต่คงยังไม่พูด เพราะพูดไปก็เท่านั้น
ถ้าทำไม่ได้ ก็ได้แต่อับอายขายขี้หน้า (เซ็ง) เอาว่าอย่าใส่ใจเลย ไปฟังเพลงเถอะ
จริง ๆ เพลงนี้มันเป็นสัญลักษณ์อ่ะนะคะ บางคนอาจตีความได้ (หุ ๆ)
บางคนอาจตีความไม่ได้ (แฮ่ ๆ) แต่มันก็มีแต่สิ่งดี ๆ อ่ะค่ะ
เราตั้งใจเขียนเพลงชื่อนี้มาหลายปีแล้ว
แต่เพิ่งเขียนได้ ดีใจมาก ๆ
เออ อย่างที่หก เราอยากให้ของขวัญวันเกิดตัวเอง เลยแต่งเพลงให้ตัวเอง!
เริ่มตั้งใจเขียน ตอนแต่งเพลง ๑๐๘ ไง
แต่แล้วก็ไม่ได้ ได้เพลง ๑๐๘ เศร้า ๆ มาแทน
แต่ยังไง เราก็ได้เนื้อเพลงมาท่อนนึง (ท่อนสุดท้ายของเพลง)
ได้ตอนแกว่งชิงช้าเล่นหน้าบ้าน
ไม่มีรูปนี้แล้ว แต่ที่เดิม ที่เดียวกัน ภาพนี้เมื่อหลายปีก่อน เอามา
ใช้แทนแล้วกัน

วันไหนเราก็จำไม่ได้
"ต่อให้อีกนาน แสนนานสักเพียงไหน ขอให้เธอรู้ไว้ ว่าเธอคือท้องฟ้าของฉัน" = ท่อนนั้น
ทำนองยังไม่เป็นเหมือนปัจจุบัน แต่ก็ไม่ต่างกันมากมาย พอมีเค้า
เพลงนี้แต่งนาน ตั้งแต่ ต้น ม.ค.
แต่แต่งแบบนึกได้ก็นึก ไม่ได้ก็ช่าง
เราได้ไอเดียมาเพิ่มเยอะมาก
๑. หลังจากได้ท่อนนั้นมา
๒. เราไปฟังคอร์ดในเครื่องคีย์บอร์ดของเรา (กดเลือกสไตล์ Style แล้วเลือกเป็น Jam Track น่าจะไม่ได้มีทุกเครื่องนะ ลองไปดู ๆ แล้วกัน เราลองกดทุกสไตล์เลย ลองฟังว่าคอร์ดไหนเพราะ ๆ คือเครื่องมันจะเล่นตัวอย่างคอร์ดให้ฟังอ่ะ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ เหมือนกัน แต่ก็ยังดีอ่ะ เราได้ไอเดียคอร์ดสะบัดสะบิ้งกว่าเดิม
มาจากการดูคอร์ดใน Jam Track เลยนะเนี่ย คนไม่มีคีย์บอร์ด วิธีง่าย ๆ เลยนะ เปิดหนังสือเพลงหน้าไหนก็ได้ แล้วเล่นคอร์ด ฟังดูว่าชอบคอร์ดอะไร ต่อกับคอร์ดอะไร ต่อกับคอร์ดอะไร หรือง่ายสุด ขโมยคอร์ดเพลงที่คุณชอบไป
เลยเป็นไง ง่ายดี เพราะยังไงคอร์ดเหมือนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก สิ่งที่ต้องมาทำให้แปลกคือ โน้ต กับ คีย์ กับเนื้อ กับเยอะแยะ แค่คอร์ดอ่ะ ธรรมดามาก ๆ คอร์ดเดียวยังเป็นเพลงได้เลย จริงป่ะ กร๊าก... ไม่ได้พูดเล่นนะ) เราจำเสียง
คอร์ดไว้ในหัว มาจากแจมแทร็คของสไตล์อันแรกในเครื่อง แต่ไม่ได้จดนะ ออกจะลืมด้วยซ้ำ
๓. จากนั้น เราจะหาเนื้อท่อนแรก ซึ่งเราคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก (แบบคิดออกแต่ไม่ชอบ) เราเลยขโมยท่อนแรกของเพลงตัวเอง (เราว่ามุขนี้สนุกดีนะ ขโมยท่อนแรกของเพลงที่ตัวเองเคยแต่ง มาแต่งแบบอื่นต่อ - จะเคยมีใครเอาวลี ท้องฟ้าของฉัน ไปแต่งเพลงหรือยัง??? เราก็ไม่ทราบนะคะ เพราะเราไม่ได้ฟังเพลงมานานแล้ว ตลอดชีวิตเราฟังแต่เพลงที่ดัง ๆ ที่ออกทางทีวี หรือที่คนส่งมาให้ ไม่เคยตามฟัง ไม่ว่างไปคุ้ยหามาฟัง เราจึงไม่ทราบว่ามีหรือไม่ แต่ที่พูดถึงคือ จะแนะนำให้เอาเนื้อเพลงท่อนแรกที่ตัวเองเคยแต่งไว้แล้ว เอาไปเป็นท่อนแรกของเพลงอื่น ๆ ที่คุณกำลังจะแต่ง แบบว่าถ้าร้องคล้ายกันมาก คนฟังแค่ท่อนแรกอาจจะเข้าใจว่ามันเป็นเพลงเดียวกัน แต่จริง ๆ คือมันเป็นคนละเพลงกัน ไม่แน่ใจว่าได้ไอเดียมาจากอะไรหรือเปล่า แต่อาจจมี โลกนี้มีเพลงล้านแปด ถ้าเราคิดออกเราจะมาบอก แต่ที่แน่ ๆ เราชอบมากเลย กะว่าเดี๋ยวจะเอา ท่อนแรกของเพลงอื่น ๆ ที่เราแต่ง มาแต่งแบบนี้อีก ฮาดี)
เราเคยแต่งเพลงที่ ๒๔ ชื่อเพลงแรงบันดาลใจ ท่อนแรกร้องว่า ฟ้าที่กว้างใหญ่ (กั้นทางให้ไกล... ) แบบว่าลองฟังดู โบราณมาก (เนือยมาก ทางดีก็ไม่ต้องฟัง เพราะเราฟังเรายังเบื่อเลย) เพลงนี้ร้องตั้งแต่ ม.๖ ตอนนั้นยังอัดลงเทปอยู่เลย (แย่พอกัน ตอนนี้เทียบกับตอนนั้นก็ยังไร้พัฒนาการ แต่ยังไงซะเราก็โคตรชอบเนื้อหาที่เราแต่งเลยอ่ะ กร๊าก...)
๔. พอได้ท่อน "ฟ้าที่กว้างใหญ่" เราก็หาทางต่อได้มาเป็น "แต่เหมือนใจของเธอจะดูกว้างกว่า"
๕. มีอยู่แค่สองท่อน คือท่อนแรกกับท่อนสุดท้าย ทำนองพอมีมะละแหม่ง? (ทำนองเดิม ๆ เนือย ๆ ของเรา)
๖. พอเราอยู่ ร.พ. เราเลย หยิบกระดาษใบปลิว มาเขียน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (ในขณะที่เอซังอ่านเลข ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ) ดูบรรยากาศ ชวนให้แต่งเพลงมาก มีแสงเสียงรำไร ๆ กร๊าก...
ดูบรรยากาศ



๗. ดูกระดาษ นี่กระดาษใบแรกที่แต่ง
(แถมใบที่สองเลยด้วย ในข้อ ๙ พอดีขี้เกียจถ่ายแยกกัน)
มีขีด ๆ คือ เรากะไว้ว่าเราอยากให้ลงกี่คำ
คำที่อยู่ในวงกลม คือ คิดเพิ่ม
บ้าบอคอแตก ตามนั้นแหละ ไม่ต้องใส่ใจหรอก สไตล์ใครก็สไตล์ใคร บางคนทำงี้ก็แต่งไม่ได้ บางคนไม่ทำแบบนี้ก็แต่งได้ แต่ให้ดูสภาพเฉย ๆ (ว่าโคตรเน่า)
และที่สำคัญ คือ เนื้อมันไม่เหมือนตอนที่ทำออกมา


๘. พอแต่งเสร็จได้ (ในตอนนั้น) เราดีใจโคตร ๆ เอามือถือขึ้นมาร้อง อัดทำนองไว้ฟัง แต่แล้วคนในตรงนั้น อยู่ดี ๆ เขาก็เงียบกันหมด ไม่รู้เพราะเห็นเรายกโทรศัพท์มาร้องใส่ป่าวไม่รู้ เซ็ง เซ็งมาก ถ้าคนเงียบเราจะร้องไม่ได้ เรากลัวคนได้ยินว่าเราบ่นไร สรุปเราไม่ได้ร้องทำนองไว้ฟัง ดีที่เราไม่ลืมทำนอง ท่องในใจแทบตาย (มีทำนองบางช่วงคิดว่าไม่เหมือนที่แต่งไว้ แต่ช่างมัน เราโอเค)
๙. แล้วเราก็ลองเพลงใหม่ แก้เนื้ออีก นี่ใบที่สอง (อยู่ในรูป ในข้อ ๗ แหละ) เอามาใส่คอร์ดด้วย คอร์ดที่เละ ๆ ข้าง ๆ คือ ที่เราจดมาจากแจมแทร็กของสไตล์แรกในคีย์บอร์ด แต่เราไม่ได้เรียงตามนั้น เราแค่เอามาดู เราเลือกตามที่เราฟังแล้วคิดว่ามันโอเค (ในแบบของเราอ่ะ พูดยาก เพราะเราก็ไม่เข้าใจ ที่สำคัญ เราซ้อมกดนานมาก กดไปก็ระทึกไป ไอ้ C sus 4 ในท่อนสุดท้าย น่ะได้มาเพราะเรากดผิดนะ กดที่จะอัดมาให้พวกคุณผู้ติดตามบล็อกของเรา ได้ลองฟังอ่ะค่ะ เราเลยต้องเปลี่ยนจาก F เป็น C sus 4 - เหตุผล สมเหตุสมผลมาก เขียนว่าเป็นคอร์ดนี้ เพราะเล่นผิด ขี้เกียจเล่นใหม่ อัดใหม่ เลยเปลี่ยนที่ตัวหนังสือแทน ก๊าก... แต่ฟังแล้วก็ใช้ได้นะ ถ้าคนฟังออกจะได้รู้ว่า ท่อนสุดท้ายแล้ว จบสักที รำคาญอีนี่จริง ๆ)
๑๐. พอได้คอร์ดแล้ว เราก็แกะเมโลดี้ ตามนั้นแหละ (บอกตรง ๆ มีบางคำเรายังไม่ชอบเมโลดี้ แต่เราขี้เกียจเปลี่ยนแล้ว แบบนี้ดีแล้ว เราพอใจแล้ว ที่เราร้องอ่ะมีเสียงหลงนะ อย่าไปใส่ใจนัก เรามีปัญญาร้องแค่นั้นแหละ) ขอบอกว่าเมโลดี้อ่ะ เรารู้สึกเอง ว่าตอนแรกมันก็ไม่ออกมาแบบนี้นะ ทำไมทำไปทำมา ออกมาเป็นงี้ บางท่อนเหมือนเพลงที่เคยทำให้แชมมี่ (ตอน ม.๑) บางโน้ตติด ๆ กันเหมือนเพลงฝรั่งที่ไม่นานเท่าไรอ่ะ แค่ท่อน how do i breath อะไร โน้ตมันเรียงกันเหมือน แต่จริง ๆ ลึก ๆ เราได้รับอิทธิพลมาจากเพลงในวีดิโอเกม เกมต่ออิฐ (เตอตริส? - ที่เราโคตรชอบเล่นมาก ๆ) เพลงนึงอ่ะ (เรารู้สึกว่า ตอนแต่งเพลงนี้ เราคิดถึงเพลงนั้นมาก ๆ แต่มันไม่เหมือนนะ เพียงแต่ตอนที่แต่ง เราคิดถึงเพลงนั้นอ่ะ มันมีกลิ่นโบราณ ๆ ด้วย (เราเลือกสไตล์ แจ๊ส บัลลาด เพราะเราว่ามันเข้ากันแบบแปลก ๆ ดี ตอนเราลองกดสไตล์ฟังดู ถูกใจอันนี้มาก ๆ มันเพลิน ๆ อ่ะ ตอนเราพิมพ์ต้นฉบับเนี่ย เราฟังเพลงนี้วนไปมาหลายสิบรอบแล้ว แบบว่าเราชอบเสียงสไตล์นี้มากเลยอ่ะ แค่มันดูไม่ค่อยเคยได้ยินเท่าไร - หมายถึงแบบที่เราเคยฟังอ่ะนะ)
๑๑. จากนั้นเราก็มาเพิ่มให้ท่อนฮุค มันมีท่อนให้ร้องไม่เหมือนกัน สามท่อน (เพราะร้องสามรอบ)
ลองดูแล้วกันมี วันนั้น / วันนี้ / ตรงนี้ (เหตุผลที่ไม่ใช่พรุ่งนี้ เพราะ พรุ่งนี้ยังไม่มา เราไม่อยากคิด) ที่สำคัญ จริง ๆ เนื้อที่คิดได้ตอนแรกคือ "ตรงนี้" เราชอบมาก เราว่าคำว่า "ตรงนี้" มัน ตรง ๆ อ่ะ (ตรง?!) เราเลยไม่คิดจะเปลี่ยนให้เป็นพรุ่งนี้ (วันไหนบ้า ๆ อาจจะร้องว่า "พรุ่งนี้" ก็ได้ เพราะยังไงซะ มันก็คือเพลงเราอ่ะ ก๊าก...) แล้วก็มี แหงนมองบนฟ้าไกล / เมื่อฉัน / แค่ฉัน อันนี้ที่แต่งอันแรกคือ แค่ฉัน แต่ตั้งใจให้มีสามอัน เพราะบอกแล้วว่ามันร้องท่อนฮุคสามรอบ
อีกอันคือ ไม่เคยจางไป / ไม่เคยเปลี่ยนใจ / ไม่เคยห่างไกล ตอนแรกสุดแต่งว่า ไม่ห่างไกล ด้วยซ้ำ แต่งได้ก่อนท่อนฮุคอีก เพราะว่า มันต้องไปสัมผัสกับท่อนสุดท้ายของเพลง (แต่ดันเป็นท่อนแรกสุดของเพลงนี้ที่เราคิดออก) ท่อนคิดถึงเธอทุกวันนี้ คิดอยู่หลายนาที เพราะเป็นท่อนสุดท้ายที่จะทำให้เพลงสมบูรณ์ (ตามที่เราขีดเว้นที่ไว้ ก๊าก...) ก็ประมาณนี้ ขีด ๆ ไว้ คิดได้เมื่อไรก็มาเติม

กดไป View full image เองนะ
๑๒. สรุปมันก็ออกมาเป็นเพลงแบบนี้
ท้องฟ้าของฉัน
*ฟ้าที่กว้างใหญ่ แต่เหมือนใจของเธอจะดูกว้างใหญ่
ฟ้าที่กว้างใหญ่ โอบล้อมพื้นโลกไว้ให้อบอุ่นตลอดเวลา
**ยามที่ใจเธอ โอบกอดใจฉัน ทุกทุกคืนวัน ฉันเป็นสุขนักหนา
แม้เราไกลห่างกัน แค่ฉันได้พบสบตา กับท้องฟ้า ก็เหมือนได้พบเธอ
***ไม่ว่า (๑วันนั้น/๒วันนี้/๓ตรงนี้) ฉันรู้สึกอย่างไร
(๑แหงนมองบนฟ้าไกล/๒เมื่อฉันมองขึ้นไป/๓แค่ฉันมองขึ้นไป) ก็อุ่นใจเสมอ
ไม่ว่าจะพบ หรือไม่เจอะเจอ ก็รู้สึกเหมือนเธอ เธออยู่ตรงนั้น
อยู่ในความจริง และยังอยู่ในฝัน คิดถึงเธอทุกวัน (๑ไม่เคยจางไป/๒ไม่เคยเปลี่ยนใจ/๓ไม่เคยห่างไกล)
ต่อให้อีก(๓แสน)นาน แสนนานสักเพียงไหน ขอให้เธอรู้ไว้ ว่าเธอคือท้องฟ้าของฉัน
* ** ***๒ ***๓
-จบ-
ของแถม วิธีเรียบเรียงเพลง (ให้มันตรงกับเป้าหมายหรือกลุ่มเป้าหมายหรือจุดประสงค์ ของการเผยแพร่มากขึ้น)
แบบว่าเราเห็นจากคอมเม้นต์ และไม่อยากให้มันสูญเปล่าอ่ะนะคะ คิดว่าคุณโอม (ไม่รู้จักกันมาก่อน แบบว่าเห็นคอมเม้นต์กับอีเมลนิดหน่อย คิดว่าที่เขียนมา น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้ติดตามบล็อกอะนะคะ) คงจะยินดีให้มาโพสต์บ่น ๆ เป็นวิทยาทานนะคะ เพราะว่าไหน ๆ โพสต์มาแล้ว ถ้าเราหยิบมาอธิบายเพิ่ม น่าจะเป็นประโยชน์
http://mysky.exteen.com/20081016/entry เราได้อีเมลไปตามที่คุณโอม ทิ้งอีเมลไว้ในเอนทรี่นี้
http://mysky.exteen.com/20081130/entry
ในอีเมล คุณโอมก็บอกว่า
"นิดนึง นะ แอม ไอ้เพลงที่ร้อง แล้วก็ บอกว่า เริ่มใหม่ดีกว่า ประมาณว่า พูดแบบ ดิบๆไปเลยนะ จำได้มั้ยครับเพลงอะไรไม่รู้
ที่แอมเล่นแล้วพลาดนะครับ แล้วก้พุด ว่า เริ่มใหม่ดีกว่า
ได้ไอเดีย เลยครับพี่ น้อง (OHM จะชอบแนวอินดี้ อ่ะครับ) ขอบคุณมากนะครับ
จะเป็นการเล่าเรื่อง แล้วก็ใช้ดนตรีหยุดพร้อมกับพูด เหมือนๆ กับหยุด นิดนึงแล้ว ร้องท่อนต่อไป ประมาณนี้ อ่ะครับ"
เราก็จำไม่ได้ว่าเพลงอะไรนะคะ เพราะเราทำแบบนี้เกือบทุกเพลง ไม่ร้องผิดก็เล่นผิด ก๊าก...
มันก็บ่นไป "โอ๊ย ๆ เอาใหม่ ๆ เซ็ง บ่นไปเรื่อย"
ไม่คิดว่าจะเป็นไอเดียได้
คนที่เขาว่าแปลก ก็สร้างจุดสนใจจากตรงนี้ได้ (ซึ่งเออดี วันหลังเราคงคิดฮา ๆ กว่านี้)
ลองคิดดูค่ะ
แล้วก็เรื่องเรียบเรียงเพลง เราเห็นคุณโอมเติมเนื้อไว้แล้ว http://mysky.exteen.com/20081130/entry
แต่เราร้องแบบนั้นไม่เป็นหรอกค่ะ (เพราะไม่รู้โน้ต)
แต่จะมาชี้ให้เห็นประโยชน์จากการที่คุณโพสต์ไว้ นั่นคือ เรื่องการเรียบเรียง
ซึ่งเราไม่ทราบหรอกค่ะ ว่าในธุรกิจวงการเพลงจริง ๆ "เรียบเรียง" นี่คือต้องทำอะไรบ้าง?
แต่ที่แน่ ๆ ถ้าชื่อคนเรียบเรียงเป็นคนละชื่อกับคนแต่งเนื้อร้องทำนอง ก็น่าจะแปลว่า เขาคือคนที่ไม่ได้แต่งเนื้อร้องและทำนอง (แล้วจะพูดทำไม?)
แต่เขาน่าจะเป็นคนที่ทำให้เพลงสมบูรณ์ และตรงตามจุดประสงค์ของการเผยแพร่ ว่าต้องการให้กลุ่มเป้าหมายคือใคร (อยากแต่งให้ใครฟัง อยากทำขายใคร มีจุดมุ่งหมายหลักคือยังไง จุดมุ่งหมายแฝงยังไง อะไรที่ไหนเมื่อไร
แบบว่า พอเขาปรับแล้ว เพลงนี้จะสมบูรณ์แบบตามที่ผู้มีอำนาจสูงสุด???ต้องการ)
อย่างที่คุณโอมเขียนไว้ว่า
"เพลง แอบรักเธอเข้าแล้ว
ผมอยากเรียบเรียง ใหม่ อ่ะครับ
นิดนึง ตรงฮุก
ฟังแล้วมัน อ่ะ คุณแอมก็ต้องเคยเป็นใช่มั้ย
สัญชาติณาณ(สัญชาตญาณ)นักแต่งเพลง อะครับ
อย่า ว่ากันนะครับ
มัน เพราะ อยู่แล้ว แหละครับ แต่ผม เป็นผู้ชายผมจะถ่ายทอดอารม(ณ์) ผสมให้ฟังได้ ทั้ง หิง(หญิง)และชาย ให้โดนทั้ง 2 เพศเลย
...ยังมีต่อ"
ตัดมาบางส่วนจากคอมเม้นต์ที่ ๑๓ ใน http://mysky.exteen.com/20081016/entry
ไม่ได้ยกมาว่ากัน หรือด่าอะไรนะคะ
นี่คือตัวอย่างของคนเรียบเรียงค่ะ (เพราะจริง ๆ น่าจะหมายถึงคนที่มาปรับเปลี่ยนเนื้อหรือทำนองหรืออะไรในเพลง ให้ตรงตามจุดประสงค์)
อย่างกรณีของที่คุณโอมบอกคือ ต้องการให้ฟังได้หญิงและชาย (อย่างเรานี่มันคงเป็นหญิงอย่างเดียว)
สมมติตอบตามนี้
อยากแต่งให้ใครฟัง - ทุกเพศทุกวัย (ฟังได้ไม่หยาบคาย ไม่ติดเรต ไม่ลามกจกเปรต ไม่ทุเรศทุรัง)
อยากทำขายใคร (กลุ่มเป้าหมาย) - วัยที่มีเงินซื้อของจริงเองได้ (ไม่ใช่พวกโหลดของปลอม)
มีจุดมุ่งหมายหลักคือยังไง - เอาไว้ใช้ร้องบอกรักกัน ตามเทศกาลต่าง ๆ เช่น ในวันวาเลนไทน์ แต่นอกจากให้ติดหู กลุ่มเป้าหมายจนเอามาร้องบอกรักกันได้แล้ว ที่สำคัญที่สุดคือต้องขายออกด้วย (ไม่ใช่คนร้องได้ทั่วบ้านทั่วเมืองแต่ขายไม่ออก)
จุดมุ่งหมายแฝงยังไง - เพลงนี้คิดไม่ออก แต่ถ้าเป็นเพลงแนวที่มีความเกี่ยวข้องกับ กิริยาอาการหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ มันจะสามารถโด่งดังได้อีกต่อ จากการเป็นเสียงเรียกเข้า หรือเป็นเสียงรอสาย
(มันแฝงป่าววะ แต่เราว่าแฝงนะ หรือไม่แฝงก็ช่างเถอะ ไม่รู้ อยากพูดก็พูดมั่วซั่วไปเรื่อย!)
เอาว่าที่เขียนไป เราเขียนมั่วนะคะ เราแค่อยากเขียนถึงคนเรียบเรียงตามความเข้าใจของเราอ่ะค่ะ ซึ่งมันน่าจะผิด เพราะเราไม่รู้ (และคาดว่าอาจมีคนที่รู้มาตอบให้รู้ ก๊าก... ต้องเขียนผิด ๆ ให้เขามาด่าก่อน เดี๋ยวคงรู้)
สมมติว่าโปรดิวเซอร์อยากได้เพลงแบบเนื้อหาทุกเพศทุกวัย
แต่เนื้อเพลงเรามันยังไม่ได้ (ได้แค่เพศหญิง)
พอคุณโอมเอาเนื้อแบบนี้ http://mysky.exteen.com/20081130/entry คอมเม้นต์ที่ ๕ ไปให้โปรดิวเซอร์ดู
ถ้าโปรดิวเซอร์ชอบ ตรงตามจุดประสงค์ คุณโอมก็จะมีฐานะเป็น เรียบเรียง เพลงนี้
ใช่ป่ะ
(แค่นี้เอง เราเข้าใจว่า คนแต่งเนื้อร้องอ่ะ ถ้าไม่ใช่ว่าคิดไม่ออก จนต้องหาคนช่วยแต่งอ่ะ ก็คงไม่มีใครอยากให้ใครมาเปลี่ยนเนื้อที่เขาเขียนหรอก จริงบ่ แต่เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย หรือจุดประสงค์ในการเผยแพร่ ก็เลยต้องมีคนเรียบเรียง มาช่วยทำให้ตรงจุดประสงค์มากขึ้น)
พอดีเราเป็นคนเพ้อเจ้ออ่ะนะคะ ไม่ตรงประเด็นด้วย ก็เขียนส่งเดช คงไปเรียบเรียงอะไรให้ใครไม่ได้ (ก๊าก...)
แต่ถ้าใครเป็นคนตรงประเด็น มีจุดประสงค์ มีกลุ่มเป้าหมาย (ว่าอยากจะเผยแพร่อะไรให้ใคร อะไรทำนองนี้???)
มาลองฝึกแต่งเพลง ด้วยการ ไปเรียบเรียงเนื้อเพลง (หรืออะไรที่คุณได้ยินได้ฟังมาแล้วมันขัดหูขัดตาขัดใจ)
เคยไหม ได้ยินเพลงอะไรแล้ว รู้สึกว่า "ทำไมท่อนนี้ มันร้องงี้ฟะ ทำไมมันไม่ร้องอย่างนั้นนะ"
ลองเอาความคิดคุณไปใส่ดูสิคะ
แต่อย่าไปขโมยเพลงเขานะคะ แค่จำความคิดนั้นไว้ แล้วเก็บมาแต่งแบบที่เราแต่งเพลงท้องฟ้าของฉันอ่ะค่ะ
(สะสมไปเรื่อย ๆ จนวันไหนบ้า ๆ ก็แต่งให้จบเพลงซะ)
มีแค่ท่อนที่คิดได้ แล้วก็ค่อย ๆ คิดรายละเอียดปลีกย่อย มาเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็จบเป็นเพลงของคุณเองแหละค่ะ
แต่สำหรับเพลงเรา เอาไปคิดได้นะคะ (เพราะเพลงเราคงมีไอ้นู่นไอ้นี่ให้ติมากมายก่ายกอง) แต่ไม่ต้องเอาไปทำขายนะคะ แบบว่าลึก ๆ เราไม่ต้องการให้ใครมาเรียบเรียงเพลงเราทั้งสิ้น เพราะเพลงเราเรามีกลุ่มเป้าหมายของเรา ว่าเราอยากให้ใครอิน ไม่อยากให้ใครอิน ก๊าก... แบบว่าถึงเพลงนี้แต่งให้คนนี้ (เช่น คนนี้วานแต่ง) แต่ตอนร้องอาจร้องให้คนนี้ อะไรอย่างงั้นอย่างงี้ เรากะเกณฑ์เอง (กะเกณฑ์ทำไม???) จริง ๆ ก็แค่อยากทำเพลงไว้ให้ร้องเล่นตอนเบื่อ ๆ หน่าย ๆ เซ็ง ๆ อย่างน้อยเราร้องเพลงตัวเอง ไม่ต้องไปพึ่งเพลงใคร เพราะไม่มีเงินซื้อ ไม่ชอบของปลอม อยู่กับตัวเอง ไม่เดือดร้อน
ต่อ ๆ อย่าคิดเรื่องเอาเพลงเราไปปรับไปทำเสนอขายนะคะ เพราะว่า เราเองไม่ได้ขาย เรามาทำไว้ที่นี่ก็ให้ไว้เป็นไอเดีย (อุตส่าห์ไปหาครีเอทีฟคอมม่อนมาแปะโชว์เท่ ๆ ก๊าก... แบบว่าลึก ๆ เชื่อว่ามันแก้สันดานคนประเภทนั้นไม่ได้หรอกค่ะ แต่แปะไปเพื่อความสบายใจของเรา ว่าเราป่าวประกาศ บอกโลกว่า เราให้ท่านสามารถเผยแพร่ข้อความที่เราเขียนต่อ ๆ ไปได้ แต่ต้องบอกที่มาว่ามันมาจากบล็อกเรา ระบุ URL นู้นนี้ และที่สำคัญคือห้ามเอาข้อความของเราไปค้ากำไรด้วย เพราะว่าท่านตัวท่านเองก็เข้ามาอ่านฟรี ๆ เราเองก็เขียนไปฟรี ๆ จนเอาจนเอา ไม่รู้ทำไมขยันคิดขยันเขียน แต่ไม่ขยันทำมาหากิน!)
เราหวังไว้นานมากแล้ว ว่า อยากให้ทุกคน (ในโลก) แต่งเพลงได้ จะได้มีอะไรทำตอนเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ (เช่นการนั่งรอ) จะได้อยู่กับตัวเองได้ จะได้ไม่ต้องไปยุ่งวุ่นวายกับชาวบ้าน
ถ้ายังแต่งเพลงไม่ได้ ก็แต่งกลอน ก็ได้ค่ะ ก๊าก...
ไปดีกว่า
แถม เพลงที่แต่งในวันวาเลนไทน์ เมื่อหลายปีก่อน
ลองอ่านดู View full image
วันนั้นกลายเป็นวันแห่งความเกลียดชังมาก (พอดีเราคุ้ยสมุดจดเพลง เห็นแล้วก็ขำ ว่าเออ วันวาเลนไทน์ปีนั้นเป็นปีที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังมาก ๆ จริง ๆ สุด ๆ)
แต่จริง ๆ ตอนนี้ก็อภัยมันไปแล้วนะคะ แค่แบบว่าจะมาพูดถึงพฤติกรรม การเสริมเติมเรื่องให้คนอื่นเสียหายอ่ะค่ะ ว่าในสังคมน่ะ มีคนแบบนี้เยอะ (เยอะมาก) แล้วสิ่งที่เขาพูด มันก็ย้อนกลับไปทำร้ายเขาเอง (อย่างน้อยก็ทำให้คนที่รู้จักเรา ได้รู้จักเขามากขึ้น ว่าเขาน่ะเป็นคนที่แย่ขนาดไหน) เขาคุยกับเราแค่ครั้งเดียว แล้วเราเป็นคนฮาไง ชอบพูดตลก (แบบในบล็อกไฮไฟว์) เราคิดว่าเขาจะแยกแยะระหว่างเรื่องตลกกับเรื่องเป็นการเป็นงานได้ (เพราะวัยวุฒิและคุณวุฒิเขาก็มี) แต่แล้วหลังจากนั้นเป็นเดือนเลยนะ เขากลับเอาเราไปโพทนาทั่ว จนคนเขางงกันไปหมด พอเราได้ยินเรื่องอีกครั้งในวันวาเลนไทน์ แม่เรามาถามเราเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะคนคนนั้นเขามาบอกเพื่อนแม่เรา แล้วเพื่อนแม่เรามาบอกแม่เราอีกต่อนึง (ไม่รู้ว่าการส่งสารรับสารผิดพลาดจากจุดไหน แต่ว่าเห็นหลายคนเขาพูด เขาถามมาบ้างเหมือนกัน เลยคิดว่าคงมาผิดพลาดมาจากจุดแรกที่ส่ง ก็คือคนคนนั้น) ซึ่งเราฟังแล้วเราปวดหัวจี๊ดมาก มันไปคนละเรื่องกับที่เราพูดเลยอ่ะ ต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า เราเลยอยากจะมาเตือนพวกที่ทำตัวแบบนี้ว่า "ถ้าพูดถึงคนอื่นในแง่ดีไม่ได้ พูดแล้วไม่เกิดแง่คิด ไม่เกิดผลดีกับใคร ก็หุบปากเน่า ๆ ของคุณไปซะ ยิ่งถ้าคุณออกชื่อให้คนเขาเสียหายเนี่ย จงระวังตัวไว้ได้เลย เพราะว่าสุดท้ายตัวคุณเองต่างหากที่จะเป็นฝ่ายเสียหาย" (มีกรณีเช่นนี้ ให้เห็นได้ทั่วไป ตามหน้าหนังสือพิมพ์??? ก๊าก...) ตั้งแต่เรามีกรณีพิพาทกับคนคนนั้น เราไม่พูดเล่น ฮา ๆ กับใครอีกเลย ย้ำว่าอีกเลย (จะพูดเล่นกับเพื่อนสนิทมาก ๆ เพียงไม่กี่คนเท่านั้น) แบบว่าเราหมดศรัทธากับคนคนนั้นไปเลยจริง ๆ หมดเกลี้ยง จนทำให้ไม่อยากไปยุ่งกับบุรุษที่สามที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นเลยด้วย (แบบว่าเรื่องมันยาวมาก.................. แต่เราก็ได้แง่คิดดี ๆ มาเยอะแหละ อย่างน้อยก็คือเรื่องของการไม่ไว้ใจคน แม้จะเป็นคนที่ดูน่าไว้ใจ ก๊าก...) นอกเรื่องมายาว
จริง ๆ จะเอาเพลงนี้มายกเรื่องนี้ต่างหาก
เพราะเพลงนี้มันต้องร้องแบบแร็พค่ะ เราไม่เคยแร็พให้ใครฟังหรอก (ไม่ใช่แนวเรา) ลองสังเกตดี ๆ จะพบว่ามันมีสัมผัสเหมือนกลอน คุณว่าไหมคะ ก๊าก...
ลองแต่งดูดิคะ แล้วเอามาแร๊พ
ส่วนอีกหน้านึง เป็นการฉีกแนว คือ เราลองจินตนาการว่าตัวเองเป็นผู้ชาย แล้วไปจีบสาว
เราเลยแต่งออกมาเป็นงั้นอ่ะค่ะ แต่บอกตรง ๆ ว่า ไม่โดนเลย (แต่งเองยังไม่ชอบเองเลย)
ใครชอบ เอาไปคิดต่อได้นะคะ ไม่สงวนแนว (ฮา) เน้นก๊าก... แบบว่าแนวคิดเพลงฮา ๆ เฉย ๆ นะ ไม่ได้ให้เนื้อ
ไปแล้ว กะจะโพสต์วันนู้นสักหน่อย ไม่และ โพสต์วันนี้เลยแล้วกัน เราอาจพักยาวนะคะ เราจะไปหาทางออกให้ชีวิต
คิดดี ทำดี และโชคดีนะคะ
ปล.ขออภัยนะคะ หน้าบล็อกเละเทะมาก ไม่ว่างจัด ไม่ว่างเรียบเรียงใหม่ (เอามาจากต้นฉบับที่พิมพ์ในโน้ตแพดเสร็จตะกี้ มาแปะเลย)

สอนแต่งเพลง - ท้องฟ้าของฉัน : เพลงหนึ่ง ณ มุมหนึ่ง ในวันหนึ่ง by ประณิธี รัตนวิจิตร is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 Unported License.
Based on a work at mysky.exteen.com.




ฟังตั้งหลายชอบ
ชอบๆ
#1 By ToiletmaN on 2009-02-07 16:11