วันนี้เรามีเวลามาเล่นเน็ตชิว ๆ เราเลยคุ้ยนั่นเล่นนี่เพลิน ๆ
แล้วก็กลับไปอ่านคอมเม้นต์ของเอนทรี่ที่แล้ว


รู้สึกว่าคอมเม้นต์ที่
#6 By Prince Ame on 2009-01-21 14:37
นั้น จะให้ไอเดียอะไรบางอย่าง

"
เรื่องกลอนนี่ผมก็เคยคิดจะหัดนะ แต่แป้กมาก...เลยเลิกล้มไป (เพราะขี้เกียจนี่เอง)

แต่การแต่งเพลงจากกลอนนี่ก็สามารถขยายต่อได้เหมือนกันนะ

ถ้าคิดว่าเราแต่งกลอนได้เชี่ยวแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนไปแต่งโคลงครับ
เพราะโคลงมันมีการบังคับวรรณยุกต์เอก-โท เหมือนดนตรีที่มีการบังคับโน้ต
(ตรงนี้จะเรียกว่าความโชคดีที่ภาษาไทยมีวรรณยุกต์ก็ได้ ทั้งๆ ที่ตัวผมเองนี่
โคตรเกลียดวรรณยุกต์เลย) ทำให้เวลาแต่งเพลงนั้นสามารถเลือกคำอื่นๆ
ที่เสียงวรรณยุกต์ไม่กัดโน้ตได้

หรือถ้าต้องการแอดวานซ์กว่านั้นให้แต่ฉันท์ครับ ฉันท์นี่จะบังคับเสียงที่ออกเต็ม
กับเสียงที่ออกไม่เต็ม (เช่นพวกสระเสียงสั้นต่างๆ ไม่มีตัวสะกด เช่น จะ ณ นิ มิ)
เอาไว้เล่นกับตัวโน้ตเสียงสั้นครับ โดยเฉพาะการแปลงเพลงจะช่วยได้มาก
(เช่น star หรือ you steal my heart) โดยเฉพาะถ้าริจะแปลเพลงญี่ปุ่น
พวกคำเสียงสั้นนี่ต้องงัดมาเยอะทีเดียวเชียวล่ะฮะ
(เพราะคำไทยส่วนใหญ่มันออกเต็มเสียง ไม่ค่อยมีพวกเสียงสั้น)

คำประพันะ์สองแบบนี้ ถ้าเล่นจนสวยแล้วล่ะก็ แต่งเพลงได้คล่องแน่นอนฮะ


ส่วนไอเดียในการแต่งเพลง เจ๋งดีฮะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม
จะลองไปคุ้ยตู้หาไอเดียเพลงดูบ้าง แหะ แหะ >///<.
"

เราไม่ทราบพื้นฐานของ ท่านอื่น ๆ ที่แต่งเพลงได้ หรอกนะคะ
ว่าแต่ละท่าน ชอบแต่งร้อยกรอง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
กันบ้างหรือเปล่า

แต่เราอ่ะ ตอนเรียน เราไม่ชอบเลย
ไม่ชอบแต่ง (เพราะมีคะแนนแต่งร้อยกรอง)
ไม่ชอบอ่าน (เพราะมันมีออกในข้อสอบ ข้อสอบมีคะแนน)
ไม่ชอบท่อง (เพราะมีคะแนนสอบท่องอีก ท่องทีคลั่ง)
ไม่ชอบตีความ (เพราะมีในข้อสอบด้วย คะแนนอีก!!!)
เราไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้ว เราไม่ชอบร้อยกรองเพราะ
คุณสมบัติ(เรียกไม่ถูก?)ของร้อยกรองเอง หรือเพราะการที่
มีคะแนนมาเป็นตัวแลกเปลี่ยน
ตอนเรียนหนังสือ บางทีมันก็ไม่ค่อยคิดหรอกนะคะว่า
ชอบหรือไม่ชอบ อะไร? เพราะมันดีหรือไม่ดี ยังไง?
คิดแต่ว่า จะสอบผ่านไหม? ถ้าไม่ผ่านจะทำไง?
ได้แต่ทำมันส่งเดชไปวัน ๆ
หากจะหาสุนทรีภาพนั้น หาทั้งวันก็หาไม่เจอ
(หรือเราจะเป็นอาการนี้อยู่คนเดียวก็ไม่รู้นะคะ ไม่รู้
ไม่เคยมีใครมาบอก)

ตอนเรียน เราเบื่อร้อยกรองมาก ๆ เบื่อมาก ๆ
ถึงขั้นเกลียดที่จะแต่ง แต่เราก็ไม่เคยจ้างวานให้ใครแต่ง
(เหมือนบางคน) ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องพูด เพราะพูดไป
ก็ไม่ได้ทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นหรอก มีแต่จะแย่
เพราะมันจะมาด่าเรา ก๊าก...
(ที่สำคัญ คือ เราจำไม่ได้!!! ว่ามันคือใคร?)

สมัยเรียนเราจึงไม่มีผลงานด้านนี้เลย

แต่ทว่า ในขณะเดียวกันนั้น
เรากลับนั่งแต่งเพลงทุกครั้งที่เบื่อ ๆ
(ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ เรายังแอบไปนั่งแต่งเพลงใต้โต๊ะ
ตอนอาจารย์ให้เขียนงาน หากเรานึกขี้เกียจ เราก็นั่งแต่งเพลง
แต่งแล้วจดใส่สมุดจดวิชานั้นเลยนั่นแหละ)

มาลอง ๆ คิดดู
คิด
คิด
คิด
ตอนนี้อ่ะนะ
เราบอกตรง ๆ ว่า เราไม่ได้เกลียดร้อยกรอง
ไม่ได้ไม่ชอบร้อยกรอง
ไม่ได้รู้สึกว่าร้อยกรองไม่ไพเราะ
แต่กลับรู้สึกว่าร้อยกรองน่ะ เป็นอะไรที่มีค่า
ควรรักษาไว้ สืบทอดต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน

เพราะ เราไม่ค่อยแน่ใจอ่ะค่ะ ว่าคนอื่น ๆ
เขาจะคิดยังไง
เด็กสมัยนี้ มีสักกี่คนที่แต่งร้อยกรองได้ตรงตามฉันทลักษณ์
(ไม่ต้องไปนึกถึงพวกอัจฉริยะ พวกที่ส่งประกวดทุกงวด
อยากให้มองดูแค่เด็กนักเรียนธรรมดา ๆ จะมีสักกี่คน
อยากรู้จริง ๆ)
คือไม่รู้ว่ากลัวไปเองหรือเปล่า
แต่กลัวว่ามรดกที่มีค่าของคนไทย (เช่นร้อยกรอง)
จะขาดคนสืบทอดอ่ะค่ะ (คงไม่ขาดหรอก แต่ใจอยากเห็น
คนส่วนใหญ่ของประเทศรู้ฉันทลักษณ์ของร้อยกรอง
และแต่งได้ โดยเป็นการแต่งไว้บอกรักพ่อแม่พี่น้อง
สาวหนุ่มตุ๊ดกระเทยเลยไปถึงอะไรก็แต่งไป
ถ้าแต่งร้อยกรองกัน เป็นกิจวัตรประจำวันได้เลย ก็ยิ่งดี!!!)


พอยิ่งเห็นคุณ Prince Ame เขียนคอมเม้นต์ไว้อย่างนั้น
เลยหาโอกาสมาชวนได้อีก

แบบว่าเราไม่เคยทราบรายละเอียดแบบนี้อ่ะนะ
เพราะโคลงมันมีการบังคับวรรณยุกต์เอก-โท เหมือนดนตรีที่มีการบังคับโน้ต
ทำให้เวลาแต่งเพลงนั้นสามารถเลือกคำอื่นๆ ที่เสียงวรรณยุกต์ไม่กัดโน้ตได้
หรือถ้าต้องการแอดวานซ์กว่านั้นให้แต่ฉันท์ครับ ฉันท์นี่จะบังคับเสียงที่ออกเต็ม
กับเสียงที่ออกไม่เต็ม คำประพันะ์สองแบบนี้ ถ้าเล่นจนสวยแล้วล่ะก็
แต่งเพลงได้คล่องแน่นอนฮะ!!!!!!!!!!

(ถึงแม้จะเคยทราบมาบ้าง แต่ก็คงคืนครูไปหมดแล้ว
จำได้มากสุดคือที่เกี่ยวกับ กลอน กร๊าก...)

พอทราบความเกี่ยวข้องกัน ก็เลยกรี๊ด ๆ
ที่สำคัญ เราเคยแต่งโคลงกับฉันท์อยู่แค่ตอนถูกบังคับให้แต่ง
(สมัยเรียน ที่แต่งไปเพราะมีคะแนนมาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน)

พอเห็นแบบนี้ เลยอยากลองแต่งโคลง กับ ฉันท์
จะเอามาลองทำเป็นเพลงอ่ะ ตอนนี้ตันมากเลย
อยากแต่งเพลง

เรามีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ ชมัยพร พจน์ภูวดล (หรือแชมมี่ที่รัก)
เป็นเพื่อนรักของเราสมัยมัธยม นี่คือเจ้าแม่ร้อยกรองตัวจริง
(ตัวจริงในใจเรา เพราะมันแต่งได้ทุกแบบ แต่งได้เพราะมาก)
แต่งได้ทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นวันครู วันไหว้ครู งานกีฬาสี
งานบวช งานแต่ง งานวันเกิด งานวันปีใหม่ งานวันคริสมาสต์
งานเล็ก งานใหญ่ งานซ้าย งานขวา งานหน้า งานหลัง
ฯลฯ มันแต่งเป็นร้อยกรองได้หมด
แต่งกลอนเด่นมาก เป็นที่โจษจันกันทั้งชั้นปี (เวอร์)
ที่สำคัญคือ มันก็แต่งเพลงกับเรา แต่งกันเอง ร้องกันเอง

เราเลยอยากชวนคุณผู้อ่านบล็อกเรา
"มาลองแต่งร้อยกรองกันหน่อย ดีไหมคะ"
แต่งให้คุณพ่อคุณแม่คุณพี่คุณน้องคุณแฟนคุณญาติก็ได้ค่ะ
(ที่อยากให้แต่งให้คนสนิดชิดเชื้อของคุณ เพราะ
เราอยากให้คุณเอาชื่อของพวกเขาลงไปอยู่ในร้อยกรองด้วย
จะได้ไม่มีอ้ายอีที่ไหนมาฉกฉวยงานของคุณไปทำมาหารับประทาน
อันนี้ได้ไอเดียมาจากคอมเม้นต์ของพี่มนุษย์ในกล่อง
ในบล็อกนี้แหละ แต่เอนทรี่ไหน จำไม่ได้ ขี้เกียจคุ้ยดูกร๊าก)

ลองเอาไปแต่งดูนะคะ เราว่าจะลองแต่ง
ให้ญาติโยมเรา
ดูเหมือนกัน
ท่าจะมันดี
๕๕๕
ลองแต่งดู อยากเห็นแล้วอ่ะ ใครแต่งได้แล้ว
จะเอาไปโพสต์ที่ไหนก็โพสต์ไป แต่ถ้าเมตตา
ก็อย่าลืมมาบอก URL ของที่ที่คุณโพสต์ไว้
ให้เรารู้ เราจะได้ตามไปอ่านดูให้ประทับใจด้วยคน
อยากอ่านร้อยกรองของทุกท่านจริง ๆ
(แบบว่าตามแต่ศรัทธานะคะ ไม่ได้จะมาอะไร?
ลึก ๆ ก็แค่อยากให้ท่านเอาไปพัฒนาการคิดหาคำ
มาแต่งเพลงตามจุดประสงค์ของที่นี่ ที่เราอยาก
ชวนทุกท่านแต่งเพลง เท่านั้นเอง เอิ๊ก ๆ)


คงสำราญน่าดู

แต่

ก่อนอื่น คุณต้องแม่นฉันทลักษณ์ก่อนนะคะ

ขอแปะไว้สองที่ ที่อ่านแล้ว สบายตา
(๑) อันนี้เห็นภาพเลย
ฉันทลักษณ์
ถ้าอ่านไม่ออก อย่าลืมไปเปลี่ยน
View > Character Encoding > Thai (TIS 620)
Firefox 3.0.5 เราต้องเปลี่ยนมาเป็นอันนี้ถึงจะอ่านออกค่ะ
แต่ที่
MSIE 7.0 ไม่เป็นไร อ่านออกเลย !!!

(๒) อันนี้เน้น ๆ แต่ไม่เห็นภาพ ฉันทลักษณ์
(
ไม่เห็นภาพ เพราะภาพเล๊กเล็ก เอิ๊ก ๆ ตอนนี้ตาไม่ค่อยดี)

อย่าลืมมาแบ่งเราอ่านนะคะ
และไว้เราแต่งของเราเสร็จเมื่อไร
เราจะเอามาโพสต์ให้ทุกท่านได้อ่านกัน
โชคดีค่ะ
ไปโลด!

Creative Commons License
สอนแต่งเพลง - ท้องฟ้าของฉัน : เพลงหนึ่ง ณ มุมหนึ่ง ในวันหนึ่ง by ประณิธี รัตนวิจิตร is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 Unported License.
Based on a work at mysky.exteen.com.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตอนผมอยู่ ม.ปลาย ม.4-6 อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นอาจารย์ภาษาไทยทั้งสามชั้นเลยครับ ตอนนั้นเลยถูกเคี่ยวเรื่องภาษาไทยพอสมควร ตอนม. 6 นี่จำได้ อาจารย์ให้แต่งเป็นการบ้านเกือบทุกอย่างเหมือนกันโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน อาจารย์ให้โจทย์คล้ายๆเจ๊นี่ล่ะครับ แต่งกลอนแนะนำตัวเอง แต่งแบบว่าให้มีชื่อเพื่อน แต่งกลอน อำลาอาลัยให้เพื่อนตอนจะจบ (จำได้ว่ากลอนอำลา อาัลัยของผมได้ลงวารสารโรงเรียนด้วย เป็นปลื้มๆ อิอิ ) ตอนนั้นทั้งห้องรู้สึกสนุกอ่ะครับ ก็ช่วยๆกันแต่ง ช่วยๆกันนึกคำ

พอเข้ามหาวิทยาลัยเรียนวิทยาศาสตร์ครับ เรื่องพวกนี้ลืมคืนอาจารย์ไปเกือบหมดเหมือนกัน แหะแหะ big smile
ไว้เดี๋ยวรื้อฟื้นความจำก่อนครับ เดี๋ยวแต่งมาแจมบ้าง อิอิ

#1 By panugan on 2009-01-31 00:15

โอ้วครับ
ผมถนัดแต่งแนวเพลงบรรเลงมากกว่าอ่ะsad smile
แต่งมาแปะครับเจ๊ หุหุ ครึ่งชั่วโมงแหนะ อาจจะไม่ค่อยถูกฉันทลักษณ์เท่าไรมั้งครับ เป็นโคลงกระทู้เดี่ยวนะครับ
(แอบเขินเหมือนกันนะเนี่ย ฮ่าๆๆ)

รัก เธอนานเนิ่มแล้ว นมนาน
ต้น รักชักผลิบาน พุ่มต้น
ใบ หอมกรุ่นทำกานต์ ชุ่มชื่น
เตย น่ารักเหลือล้น รักต้นใบเตย

#3 By panugan on 2009-01-31 00:51

แรงบันดาลใจหาได้ทุกที่big smile

#4 By V@R on 2009-01-31 07:35

เพลงลูกทุ่งสมัยก่อนหลายๆเพลงฟังแล้วก็คือกลอนดีๆนี่เอง
เดี๋ยวนี้เพลงลูกทุ่งก็เปลี่ยนไปเยอะ (จนบางทีก็เลอะเทอะ)

จำได้ว่าครูภาษาไทยบอกว่าอย่าแต่งกลอนโดยใช้คำทับศัพท์ อย่างกู๊ดมอร์นิ่งมิ่งสมร แต่ในรายการโทรทัศน์ที่แต่งกลอนสดประกวดกันเห็นทับศัพท์หลายครั้งแล้ว ดูตลกนะที่คนแต่งกลอนสมัยใหม่นี้ไม่สามารถหาคำไทยที่ไพเรราะมาแต่งได้แล้ว

แต่เพลงถ้ามีทำนองพาไปแล้ว อาจจะไม่ต้องสัมผัสมากก็ได้นะ ผมก็ฟังเพลินๆเหมือนกัน

#5 By Life Goes On on 2009-01-31 14:14

ผมชอบแต่งกลอนคับ แต่ระยะหลังนี้ก้ไม่ค่อยได้แต่งเท่าไหร่ และก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าชอบเพราะอะไร 555 จำได้ว่าสมัยเรียนประถมมีครูภาษาไทยคนนึงให้แต่งกลอนส่งทั้งชั้น ผมก็เลยต้องแต่งไป เด็กๆผมน่ะเรียนไม่เก่ง เป็นเด็กหัวทึบ ที่บรรดาครูๆ เขาก็รู้จักดี เลยไม่มีใครคาดหวังอะไรจากผมเท่าไหร่ และพอแต่งไปส่ง ครูเขาก็อ่าน แล้วก็หันมาถามทำหน้าตาประหลาดใจพร้อมกับพูดว่า เธอแต่งเองเหรอ? (โห แหงดิครู ก็แต่งในชั่วโมงอะ) ก็คงจะเป็นเพราะตอนนั้นมั้งครับ ที่ชอบแต่ง เหอๆๆ

ลองกลอนก่อนนะ...

เปิดหน้าและลิ้มรส
สหบทกวีศิลป์
ถ้อยเรียงวจริน
มิหมดสิ้นมิเสื่อมคลาย
นิรันดร์เป็นอักษร
ปรรจงกรลงเรียงราย
ประโยคสะท้อนกาย
ปรากฎได้ด้วยเรียบเรียง
หนังสือคืออำนาจ
ที่ประกาศแทนส่งเสียง
ไม่ใช้เป็นแค่เพียง
ไว้วางเอียงในชั้นนอน...

จากนั้นมาเป็นโคลงมั้ง...

หนังสือมีหลากรส มากมาย
ถ้อยร้อยเป็นเรียงราย แต่งไว้
อักษรปรากฎเป็นกลาย เป็นคำ ร้อยเรียง
สู่ประโยคโคลงเรื่องได้ มากมาย นิรันดร์

ผมเคยแต่งไว้เยอะๆที่ www.thaipoem.com น่ะครับ ใช้ชื่อว่าเจรนัย (นามปากกาส่วนตัว ฮุๆๆๆ)ลองไปค้นชื่อดูก็ได้ครับ confused smile confused smile confused smile confused smile

#6 By Jowkun on 2009-01-31 17:32

อีกครั้ง มาให้ลิงค์ครับ

http://www.thaipoem.com/forever/my_home.php?mid=1686

#7 By Jowkun on 2009-01-31 17:33