ตั้งใจมาเขียนสั้น ๆ เพราะชักขี้เกียจเขียน เอิ๊ก ๆ
เหมือนกันหมดแหละค่ะ เราว่าพอบางทีมันถึงจุดอิ่มตัว
มันก็ขี้เกียจเขียน ขี้เกียจอ่าน (ยิ่งเอนทรี่ที่ยาว ๆ เนี่ย
จะไม่อ่านเลย กดฟีดลากผ่าน ลากผ่าน
แต่ว่าเราจะอ่านของคุณพี่กล่องทุกเอนทรี่ ตั้งแต่ต้นจนจบ
ไม่รู้ทำไมชอบอ่าน แต่ชอบอ่าน ถือว่า นอกจากบล็อกของ
คนที่เรากรี๊ด ๆ - เขามีบล็อกด้วยเหรอ! ก็มีบล็อกคุณพี่กล่อง
นี่แหละค่ะ ที่เราต้องตาม เหมือนจะไปจับผิดก็ไม่ปาน กร๊าก...)

แต่ก็แหละนะคะ ถึงจะขี้เกียจอ่าน เราก็ไม่อยากจะขี้เกียจเขียน
เพราะถ้าคิดได้แต่ไม่เขียน สักวันมันก็ลืม บอกตรง ๆ ว่า
เสียดายอ่ะค่ะ อุตส่าห์คิดได้ทั้งที
โพสต์ ๆ ไป ก็ไม่อะไรหรอกค่ะ แค่หวังว่า ในสักวันหนึ่ง
อาจจะมีคนต้องการรู้ข้อมูลเหล่านี้ แล้วค้นหาจนมาเจอ
ไอ้จะหวังให้มีคนมาอ่าน ตามอ่าน คงไม่หวังหรอกค่ะ
(จะหวังทำไม เราเองยังไม่อยากจะอ่านเลย
นึกในใจ จะเขียนอะไรของมันนักหนาฟะ eนี่หนิ ก๊าก...)

เข้าเรื่องค่ะ
วันนี้ มาชวนคุณ ๆ เขียนเนื้อเพลง กับ
หาแรงบันดาลใจในการเขียนเนื้อเพลง
ดูค่ะ

ลองเขียนเนื้อเพลง
เราเชื่อว่าบางคนที่อยากแต่งเพลง
อาจจะตันไปหมดทุกอย่าง ตีบตันและตีบตัน
เราจึงอยากชวนให้คุณลอง แต่งกลอน หรือ
แต่งร้อยกรองอะไรก็ได้ที่คุณชอบ
คุณจะได้ไม่ต้องไปติดกับเรื่องที่ว่า "ไม่มีทำนองเป็นของตัวเอง"
ลองดูสิคะ

แต่งกลอนแปด บอกเล่า สิ่งที่เจอ สิ่งที่อยากพูด
ไม่ต้องคิดว่าจะแต่งให้มันออกมาเป็นเพลงก็ได้
แค่อยากให้ฝึกเขียนคำคล้องจองเอาไว้
เพราะถ้าคุณแต่งกลอนได้คล่องแล้ว
(แต่งครั้งละบท ก็ได้ ว่าง ๆ ก็มานั่งแต่งต่อ อะไรทำนองนี้)
ต่อไป เนื้อเพลงก็ไม่น่ายาก เพราะเพลงไม่มีสัมผัสบังคับ
เหมือนกลอน เหมือนโคลง เหมือนกาพย์ ฯลฯ สักหน่อย
ลองดู

สิ่งที่ทำให้เราอยากพูดเรื่องนี้ มีอยู่ สาม สิ่ง คือ
๑) เราคิดถึง
กาพย์ยานี11
"หนูหน่อยหาบหมูขาย  เลาะดงหวายแถวชายป่า
วันหนึ่งหมอกลงหนา  หลงทางมาที่ไหล่เขา
หนาวเหน็บแสนเหนื่อยหน่าย  ของสะพายหนักไม่เบา
หนามแหลมเกี่ยวต้องเกา  มีเห็ดเมาขึ้นมากมาย
"
อ่ะค่ะ ชอบท่อน
หนาวเหน็บแสนเหนื่อยหน่าย มาก ๆ
ใครต่อได้บ้างเนี่ย อยากรู้?

๒) เราได้กลับไปอ่านเรื่องนี้
ในหากรักมาต้องหาที่ให้รัก อ่านที่รีวิวได้ที่นี่
อยู่ล่าง ๆ
เรื่องที่คุณประชาคม ลุนาชัย เขียน
ชอบมากเลยค่ะ ในเรื่องนั้น บรรยายถึงชายที่แต่งเพลง
บ้าน ทีละท่อน (บท) จนจบอ่ะค่ะ
เพลงของเขาเหมือนกลอนแปดค่ะ

๓) พอดีเราเพิ่งทำการ์ดให้แม่เราอ่ะ
การ์ดปีใหม่ แม่จัดกระเช้าให้คุณหมอที่ผ่าตัดสมองให้แม่อ่ะ
เราชอบมาก กลอนแม่เรางามเสมอ
แบบว่าขอเล่านิด แม่เราแต่งกลอนแปดเก่งมาก
(เราคิดว่าแม่เราแต่งกลอนมาหลายพันหลายหมื่นบทแล้ว
มีคนชอบมาไหว้วานให้แม่เราแต่ง แล้วมันก็ไม่เครดิตให้
แม่เราไม่เคยคิดตังค์พวกมันเลย แบบว่าแม่เราเขาเก่งอ่ะ
เขาภูมิใจ เขาเลยไม่เอาตังค์ แม้หลายครั้งคนที่มาวาน
ให้แต่ง ก็อ้างว่ามันแต่งกลอนนั้นเองเพื่อรับความดีความชอบ
- อยากฝากไว้ค่ะ ถ้าไม่ได้ทำเอง จงอย่าหน้าด้านค่ะ
เพราะคนขี้ขโมย ไม่มีวันเจริญหรอก ขอตราหน้าไว้เลย)

เออ เอากลอนมาให้ดู
กลอนหมอ


click to comment
ภาพคุณหมอ เราวาดตามรูปรูปนึงในเน็ตอ่ะ
แต่เราว่าเราวาดเหมือนคุณหมอนะ ฮิ ๆ
คุณหมอหน้าเหมือนโนบิตะ
........................

อ่ะมาต่อเรื่องที่สอง
หาแรงบันดาลใจในการเขียนเนื้อเพลง

ด้วยการค้นตู้โชว์ หรือที่ไหนก็ได้ ที่มีของสะสมวางอยู่

คุณมีของสะสมไหมคะ?
บางคนอาจคิดไปถึงแสตมป์ เหรียญ หรือของมียี่ห้อ
แต่เราไม่ได้อยากให้มองแค่อะไรแบบนั้น
เอาแค่เป็นของที่ คุณเก็บมันไว้ เก็บมาตั้งนานแล้ว
พอไปเจอเมื่อไร ก็จะมีอะไรให้นึกไปถึง

จริง ๆ มันเยอะนะ ของสะสม ในมุมของเรา
มันก็คือทุกอย่างแหละค่ะ ที่พอยกขึ้นมา
มันจะมีเรื่องเล่า

อย่างเช่นอันนี้ เป็นแก้วของป๋ากับแม่ จริง ๆ มีสองใบ
ลองกด ๆ ไปดูเอง ขี้เกียจแทรกทุกรูป


click to comment
เพื่อนใครสักคน (ป๋าหรือแม่) เขาทำให้ (เหมือนจะทำให้
ทุกคนในกลุ่มเพื่อน เท่าที่เราน่าจะจำไม่ผิด)
น่ารักดีเนอะ เราค้นตู้กับข้าวแล้วเจอ
ทำให้เราอยากแต่งเพลงประมาณ เราสองรักกัน,
รักกันมานาน, น่ารักจัง, รักเราไม่เก่าเลยเอิงเงย,
อิจฉาป๋าแม่ว่ะ (อยากได้แก้วบ้าง?!!!)
เราก็นึกของเราไปเรื่อย
ถ้าเราว่างมาก วันนั้นเราคงแต่งเพลงได้
แต่พอดี ติดจัดตู้ เลยไม่ได้แต่ง

หรือไม่ก็อย่างนี้
ของส่วนใหญ่เป็นของชำร่วยงานแต่ง


click to comment
เห็นแล้วก็นึกไปถึงว่า
"เอ๊ เขาคิดไง เขาถึงได้ให้สิ่งนี้เป็นของชำร่วย"
"มันเป็นสัญลักษณ์แทนอะไรหรือเปล่า"
"หรือเขามีตังค์ซื้อแค่นี้ ก๊าก..."
แบบนี้มันแต่งเพลงได้ป่าววะ ห้าห้าห้า

หรือแม้แต่ของที่เราทำเอง
เรียนทำของชำร่วย
แบบนี้ (สบู่เน่าแล้ว ยังเก็บอ่ะ)


click to comment
ก็เป็นของสะสม ที่ทำให้เราคิดไปถึงว่า
"หน้าอย่างเรา เคยทำของแบบนี้ด้วยเหรอ ก๊าก..."
ที่ยกหน้านี้เพราะหน้านี้ บันทึกไว้ว่า
อันนี้เราก็ทำเอง ลืมโพสต์ ทำตอน ม.ต้น วิชาของชำร่วย
แต่มันเป็นสบู่อ่ะ ออกจะเน่า ๆ แล้ว
ที่เราโพสต์เรื่องนี้เพราะ 1)เราได้ยินเรื่องเพื่อนเราแต่งงาน
2)เราว่าของชำร่วยเป็นไอเดียในการแต่งเพลงได้
3)เราคิดว่าคนที่แต่งเพลงได้ต้องมีนิสัยชอบสะสมอ่ะ
ไว้จะไปเล่าที่ exteen วันหลังแล้วกัน พอแค่นี้ก่อน

เรามาเล่าแล้วนะ ก๊าก... หลังจากคิดได้มาสามเดือนแล้ว
เพิ่งมาเล่า

ลองไปคุ้ยหาของสะสมดูนะคะ
ปล.อย่าลืมลองแต่งกลอน เดือนละบท
โชคดีค่ะ


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ประชาคม ลุนาชัย นักเขียนคนโปรดของผมอีกคน big smile

หนาวนี้

จำหลักใจโหยไห้ใจรัก
ได้พิงพักรักร้าวหนาวใจ
ยะเยือกเย็นนั้นเป็นเช่นใด
ยะเยือกใจหนาวร้าวถึงทรวง

พิงใดจะอุ่นไอเท่าพิงรัก
ได้พำนักพักหนาวดาวดวง
ถึงจิตคลายละลายหายหวง
เพราะทั้งปวงได้พิงใจใกล้เธอ

อากาศเย็นเยือกจิตคิดวุ่น
ได้เธอหนุนตักอุ่นไอใจเผลอ
คิดไกลแสนโพ้นโน้นละเมอ
สุขจริงเออหากแม้นพบประสบใจ

เธอล่ะหนาวหนักหนาครานี้
จิตคงมีไออุ่นไม่วุ่นวาย
ไม่เหมือนฉันจิตนั้นเหนื่อยหน่าย
มิสบายเพราะร้างไร้ไออุ่นเธอ

big smile

#1 By tiew@fine on 2009-01-20 23:49

เห็นอะไรก็เขียนได้เป็นกลอนbig smile

#2 By V@R on 2009-01-21 09:31

ในหากรักมาต้องหาที่ให้รัก นี่น่าอ่านมากครับ เป็นเรื่องรวมของนักเขียนหลายๆคนเหรอครับ

พี่กุดจี่นี่รู้สึกจะเป็นนักแต่งเพลงด้วยนี่ครับ ผมเคยอ่านงานเขียนของแกเรื่องที่โรแมนติกจะโรแมนติกมากกกก แต่ถ้าเล่มไหนตลก จะตลกเรื่อยเปื่อย ตลกบ้าบอไปเลย เหอเหอ
(ผมชอบหนังสือ "หากเธอมีคืนหนาว ขอให้ฉันเป็นดาวอุ่น" มากครับ เจ๊ลองหาอ่านดู โรแมนติกสุดๆ หุหุ)

ส่วนไอเดียแต่งเพลงเดี๋ยวจะลองดูครับ อิอิ big smile

#3 By panugan on 2009-01-21 12:26

แม่นแล้วน้องกานต์ พี่กุดจี่เขาทำสารพัด แต่พี่เคยซื้อหนังสือเขามาอ่านสองเล่มอ่ะ ซื้อเพราะเจอพี่กุดจี่ตัวเป็น ๆ แหละ อุดหนุนเพราะพี่เขาอารมณ์ดี เอิ๊ก ๆ

เดี๋ยวหนังสือที่แนะนำ ไว้มีโอกาสไปห้างจะไปหาซื้อมาอ่าน
sad smile เอ่อ....รูปสุดท้าย ใช่ที่เราไปเรียนวิชาอิสระด้วยกันป่ะ?
(ของเราหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้)

#5 By ✖ แมวดาว ✖ on 2009-01-21 13:21

เรื่องกลอนนี่ผมก็เคยคิดจะหัดนะ แต่แป้กมาก...เลยเลิกล้มไป (เพราะขี้เกียจนี่เอง)

แต่การแต่งเพลงจากกลอนนี่ก็สามารถขยายต่อได้เหมือนกันนะ

ถ้าคิดว่าเราแต่งกลอนได้เชี่ยวแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนไปแต่งโคลงครับ เพราะโคลงมันมีการบังคับวรรณยุกต์เอก-โท เหมือนดนตรีที่มีการบังคับโน้ต (ตรงนี้จะเรียกว่าความโชคดีที่ภาษาไทยมีวรรณยุกต์ก็ได้ ทั้งๆ ที่ตัวผมเองนี่โคตรเกลียดวรรณยุกต์เลย) ทำให้เวลาแต่งเพลงนั้นสามารถเลือกคำอื่นๆ ที่เสียงวรรณยุกต์ไม่กัดโน้ตได้

หรือถ้าต้องการแอดวานซ์กว่านั้นให้แต่ฉันท์ครับ ฉันท์นี่จะบังคับเสียงที่ออกเต็ม กับเสียงที่ออกไม่เต็ม (เช่นพวกสระเสียงสั้นต่างๆ ไม่มีตัวสะกด เช่น จะ ณ นิ มิ) เอาไว้เล่นกับตัวโน้ตเสียงสั้นครับ โดยเฉพาะการแปลงเพลงจะช่วยได้มาก (เช่น star หรือ you steal my heart) โดยเฉพาะถ้าริจะแปลเพลงญี่ปุ่น พวกคำเสียงสั้นนี่ต้องงัดมาเยอะทีเดียวเชียวล่ะฮะ (เพราะคำไทยส่วนใหญ่มันออกเต็มเสียง ไม่ค่อยมีพวกเสียงสั้น)

คำประพันะ์สองแบบนี้ ถ้าเล่นจนสวยแล้วล่ะก็ แต่งเพลงได้คล่องแน่นอนฮะ

ส่วนไอเดียในการแต่งเพลง เจ๋งดีฮะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม จะลองไปคุ้ยตู้หาไอเดียเพลงดูบ้าง แหะ แหะ >///<.

#6 By +:~: - Chocohime - :~:+ on 2009-01-21 14:37

สวัสดีครับ บังเอิญผ่านมาเจอ ชื่นชมในผลงานครับ
คนช่างเป็นคนที่น่าทึ่งจริงๆ ^___^
อย่างนี้ต้องขอแอดบอล็อกหน่อยนะครับ จะได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมเยือนอีกเรื่อยๆ

เอาล่ะ ไหนๆก็เข้ามาแล้ว เห็นว่าชวนให้แต่งกลอน งั้นผมก็ขอลองแต่งมั้งนะครับ ไม่ได้แต่งมานานแล้วเหมือนกัน ก็ขอสักหน่อย

...
ยลฟ้าสีครามในยามเช้า
เสียงลมหนาวพัดหวนชวนหวั่นไหว
รออาทิตย์ฉายแสงเป็นแรงใจ
ปัดเป่าไอความมืดที่บดบัง

ตลอดค่ำตอกย้ำในความเศร้า
ที่คลุกเคร้ากันมาแต่หนหลัง
จากหนึ่งคืนที่ฝืนในภวังค์
สู่วันใหม่ที่ยังให้ลุกยืน

แสงอาทิตย์ฉายแสงเป็นแดดอ่อน
ให้แห่งหนดินดอนทั่วทั้งผืน
วันใหม่ได้เริ่มต้นเป็นจุดยืน
ให้พลิกฟื้นต่อสู้อีกหนึ่งครา

คือบทเพลงที่บรรเลงเพลงชีวิต
ที่ลิขิตตามแต่ใจปรารถนา
จากหนึ่งวันสู่หนึ่งคืนเปลี่ยนไปมา
จะจบลงเมื่อสิ้นคราตอนจากไป

จะเป็นทุกข์หรือสุขแท้นั้นไม่รู้
แต่ที่เราดำรงอยู่คือวิสัย
โลกจะเปลี่ยนมากมายช่างปะไร
อยู่ที่เราเป็นเราไหมแค่นั้นพอ
...

แล้วคุยกันใหม่นะครับ ^___^big smile big smile big smile Hot!

#7 By Jowkun on 2009-01-21 16:59



คุณ Prince Ame
เริดมากเลยค่ะ เรื่องโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ไว้เราจะฝึกบ้างดีกว่า ที่ผ่านมาเราแต่งแต่กลอน อย่างอื่นไม่ถนัดเลย เพราะมันมีการบังคับนู่นนี่ (บังคับจิตใจ) แต่เห็นรายละเอียดที่คุณเขียนไว้ทำให้มันน่าสนใจขึ้นเยอะเลยค่ะ

คุณ Jowkun
กลอนของคุณไพเราะมากเลยค่ะ


ย้อนหลังหน่อย
ขอบคุณคุณ tiew@fine และ คุณวาร์ด้วยค่ะ
ส่วนแมวดาว คุยกันแล้วในเอ็ม ก๊าก...
หนูหน่อยหาบหมูขาย เลาะดงหวายแถวชายป่า
วันหนึ่งหมอกลงหนา หลงทางมาที่ไหล่เขา
หนาวเหน็บแสนเหนื่อยหน่าย ของสะพายหนักไม่เบา
หนามแหลมเกี่ยวต้องเกา มีเห็ดเมาขึ้นมากมาย
เห็นลิ่วเหยี่ยวลู่ลม หน่อไม้ดงโผล่ประปราย
ต้นหมากสีหลากหลาย ขึ้นเรียงรายแถวชายพรม
...
..แล้วอะไรต่อก็ไม่แน่ใจค่ะ...
แต่จำท่อนถัดไปได้ค่ะ...

หมาป่าหอนโหยหวน สำเนียงชวนน่าสงสาน
หรีดหริ่งหวีดหวิวขาน หนอนไหมคลานบนใบหม่อน
จิ้งหลีดและหิ่งห้อย ตัวจ้อยร่อยกล่อมยามนอน
หนูจ๋าจำครูสวน ท่องบทกลอน ห.หีบนำ

เห้อ.. จบซะที แต่เสียดายจำท่อนกลางไม่ได้ โทษทีนะคะ ^ ^\\\"

#9 By maiky on 2009-09-30 23:39

ว้าว ขอบคุณค่ะ คุณ maiky