วันนี้ กะจะไม่ไป ม เพราะ เบื่อ ๆ
แต่สัญญากับเพื่อนไว้ว่าจะไปเรียนด้วย เพราะอยากได้ความรู้
และเพื่อนก็ถามอาจารย์ให้แล้วว่า แผน ก (เรียนคอร์สเวิร์คหมดแล้ว)
จะขอมาเรียนด้วยได้ไหม?
ซึ่งอาจารย์ก็อนุญาต ให้มาได้
ก็เลยไปเรียนดีกว่า ไปรับอะไรใส่หัว แก้ตีบตันตึ้บตุ้บตั้บ!!!

มาถึง แจคพอตเลยค่ะ
ถามเพื่อนแค่เวลาเรียน
ไม่ถามห้องเรียน เพราะเข้าใจว่า น่าจะห้องประจำ
ก็เดินขึ้นไปเลยค่ะ (ไม่ชอบขึ้นลิฟต์ เปลืองไฟ)
12-903 (เดินขึ้น 9 ชั้นค่ะคุณผู้อ่าน) เริดซะ
ไปถึง ห้องมืด
โทร ๆ

"เฮ้ยแก เรียนห้องไหน"
"สำนักสื่อ"
"สำนักสื่อไหน" (โง่อีก)
"ตึก 14 ชั้น 1 ไงแก"

โอ้พระเจ้า แล้วฉันเดินขึ้นมาทำไมเนี่ย
ลงลิฟต์เลย เดินไม่ไหวแล้ว (จะเป็นลม)
พอดีจะถึงเวลาเข้าเรียนแล้วด้วย ต้องรีบไป

ไปถึงห้อง
"ไม่คุ้นหน้านี่ (อ.แซวเล่น หรืออ.จำเราไม่ได้ ไม่ค่อยแน่ใจ)
มาไมเนี่ย เขาจะไม่เรียนกันวันนี้"
("เอิก" แปลว่าเราผิดหวังอ่ะค่ะ)

อาจารย์ให้ไปฟังบรรยาย
ก็ไปด้วย
เพื่อน ๆ ต้องเขียนรายงาน แต่เราคงไม่ต้อง แต่จะมาสรุปให้ฟัง
เพราะกรี๊ดมาก...............................................

วันนี้คือวันโชคดีจริง ๆ

เราได้ฟัง ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา มาบรรยายอ่ะค่ะ

ขอแนบประกาศงาน แม้จะผ่านไปแล้วก็ตาม 555
จาก http://news.swu.ac.th/newsdetail.asp?ID=9617

คณะศึกษาศาสตร์ มศว จัดโครงการอบรมเรื่อง "ภาวะโลกร้อนกับวิกฤตการณ์น้ำในอนาคต"


คณะ ศึกษาศาสตร์ มศว ร่วมกับ โรงเรียนสัตยาไส และ UN-HABITAT จัดโครงการอบรมเรื่อง "ภาวะโลกร้อนกับวิกฤตการณ์น้ำในอนาคต" ในวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา 08.30-16.30น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องฯ โดยมี ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา เป็นวิทยากรหลัก สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2649-5000 ต่อ 5507

14 พ.ย. 51

08:30-
16:30

อบรม: คณะศึกษาศาสตร์ มศว จัดโครงการอบรมเรื่อง "ภาวะโลกร้อนกับวิกฤตการณ์น้ำในอนาคต"
ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องฯ
 5507


หน่วยงาน คณะศึกษาศาสตร์
ผู้ส่งข่าว usarat
E-mail ผู้ส่งข่าว usarat@swu.ac.th
วันเริ่มประกาศข่าว 13 พฤศจิกายน 2551  ถึง   14 พฤศจิกายน 2551

(เอ่อ ถ้าอาจารย์เรา ไม่ได้ให้มาฟัง เราคงเสียใจมากเลย เพราะ
เราชอบเรื่องนี้มาก ฟังแล้วกรี๊ดมาก ๆ จะหาว่าเราเวอร์ก็ตามสบาย
แต่ประทับใจจริง ๆ ที่ได้มาฟังเพราะอาจารย์ให้มาฟัง ขอย้ำแค่นี้)


ขอบอก ขนลุก ประทับใจมาก ๆ เป็นการฟังแบบที่แอบหาวบ้าง
(เพราะแอร์หนาวมาก แทบจับไข้ เวลาอากาศเย็น เราจะหลับ
- คล้ายหมดสติ ก๊าก...) แต่วันนี้ไม่ได้หลับเลยนะ ฟังตลอด
ไม่ยอมพลาด ไม่แอบแต่งเพลง ไม่แอบอ่านหนังสือ ไม่แอบเหล่หนุ่ม
เฮ้ย...ไม่มี


ขอเท้าความไปไกล
เรารู้จัก ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ตั้งแต่เมื่อไรไม่ค่อยแน่ใจ
แต่รู้ว่าท่านทำงานที่นาซ่า ทำยานอวกาศ รู้แค่นี้ (จริง ๆ) จำมาเรื่อย ๆ

แต่ก็ได้ยินชื่อท่านมาเรื่อย ๆ (จากข่าว) 

เมื่อสักวันไหน ไม่แน่ใจ ประมาณสัปดาห์ที่แล้ว คุณป๋าบอกว่า
อยากไปดูโรงเรียนของท่าน "โรงเรียนสัตยาไส"
(เราก็งง ว่า ดร.อาจอง มีโรงเรียนด้วยเหรอ)
คือต้องเข้าใจค่ะ เราไม่ค่อยรู้เรื่อง (ไม่มีทีวี หลังเขา ไฟฟ้ายังไม่เข้า ก๊าก...)
และเป็นคนผิวเผินกับทุกเรื่อง ขอย้ำ 555 แต่นะ ถ้าป๋าบอกว่าอยากไปดู
ก็แสดงว่า ต้องเริดมาก ๆ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นป๋าอยากไปดูงานตามโรงเรียน
(เพราะป๋าอยู่ระดับ มหาวิทยาลัย จะสนใจโรงเรียนก็คงไม่ใช่เรื่อง -
ในความคิดเรา)

เมื่อคืน เราดูเรื่องจริงผ่านจอ
เรื่องที่ว่า เมืองไทย
จะมีหิมะตกไหม ก็เห็นรายการไปสัมภาษณ์ท่าน
ชอบมาก
ท่านบอกว่า "อาจมีโอกาสเกิดขึ้นได้"
แต่ท่านไม่ได้บอกว่า "จะเกิดแน่ ๆ"
(บ่น : นักข่าวชอบเขียนข่าวเวอร์)

มาเช้านี้ ได้เจอตัวจริงของท่าน โอ้ว้าว เหมือนฝันเลย
ไม่คาดฝัน กรี๊ดจริง ๆ (เรานั่งแถวที่ 5 ถือว่าไม่ไกลนะ
เห็นชัดเลย เสียดายไม่ได้เอากล้องไป)

ท่านเล่าเยอะมาก

เราจำได้หมดนะ

แต่ขี้เกียจเล่า

ขอเน้นเฉพาะเรื่องคิดว่าทุกท่านควรทราบ
และอยากให้ท่านตระหนัก (
ในวงเล็บเราแทรกเอง)
การป้องกันน้ำท่วม
1. ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง (อย่างน้อย คือ รู้จักพอ)
2. ลดการใช้น้ำมัน (เลิกขับรถส่วนตัวได้แล้ว
ส่วนรถเมล์ช่วยขับดี ๆ หน่อยเดะ เบื่อมาก โดยเฉพาะ
38 46 48 132 เบื่อมาก ๆ ไม่เคยเห็นใจคนขึ้นเลย
สายอื่นไม่รู้ ไม่ได้ขึ้น ก๊าก...)
3. หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน (เช่น แสงอาทิตย์ ลม อ่ะ
ทำได้ไหม "แพงเหรอ" แต่ทำเพื่อโลกเชียวนะ ทำไม่ได้เหรอ)
- โรงเรียนต่าง ๆ ควรทำเป็นแบบอย่างให้ชุมชน
- ถ้าโรงเรียนยังทำได้ ทำไมชุมชนจะทำไม่ได้

อีกประการที่ท่านสอน น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งทุกคนอาจจะ
คิดอยู่ แต่ไม่ได้ สร้างเป็นกฎ หรือเป็นแง่คิด ประจำตัว
นั่นคือ
เรื่องของการรู้จักใช้วิจารณญาณ
ต้องคิดว่า
- สิ่งนี้ ดีสำหรับเราไหม?
- สิ่งนี้ ดีสำหรับทุกคนไหม?
ต้องดีสำหรับเราและสำหรับทุกคนด้วย ถึงลุยทำไปได้เลย
(แต่ถ้าดีสำหรับเราอย่างเดียว อย่าทำ เพราะมันคือ เห็นแก่ตัว)

จริง ๆ เยอะมาก แต่ขอสรุปประมาณนี้ เพราะเรากลัวคนอ่าน
เห็นยาวเฟื้อย แล้วจะไม่อ่าน

(อ่านต่อค่ะอ่านต่อ เดี๋ยวมีเรื่องเพลงด้วยนะ ขอบอก ๆ)

วิทยากรอีกท่านหนึ่งคือ
ทีชเชอร์ลอเรน (Mrs.Angela Loraine Burrows)
ชอบท่านมากเลย ท่านเป็นชาวอังกฤษ พูดไทย
ไม่ค่อยชัด แต่ฟังแล้วซาบซึ้ง (ตอนกลับเข้ามาห้อง หลังเบรก
คนในห้องมีไม่กี่คน ท่านเดินผ่านตรงที่เรานั่ง
ท่านทักเราด้วยว่า "หนาวไหมคะ" ประทับใจมากเลย)

ทีชเชอร์ลอเรน พูดถึง
5 เทคนิคการสอน
1. นั่งสมาธิ
2. สวดมนตร์
3. เล่านิทาน
4. ร้องเพลง
5. กิจกรรมกลุ่ม

ซึ่งแน่นอน เราจะเล่าเรื่องอื่นใดไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้เล่า ข้อนี้
ข้อ 4. ร้องเพลง

ทีชเชอร์ลอเรน นำเพลงที่ใช้สอนนักเรียนมาให้ผู้เข้าฟัง
บรรยาย ได้ลองร้องตามกันด้วย
(แต่ก็ไม่ค่อยร้องกันเลย ร้องกันในลำคอ เบา ๆ เราเองก็ไม่ร้อง
แบบคนอื่นไม่ร้อง ก็เลยไม่กล้าร้อง คนไทยเป็นงี้ไปหมด 555)
ท่านบอกว่า
เพลงก็แต่งกันเอง แบบใช้คำที่ลึกซึ้ง ส่วนทำนองก็ใช้ทำนอง
เพลงเก่า ๆ ของฝรั่ง (ซึ่งน่าจะประมาณ เพลงหนูมาลี ของไทย
อะไรทำนองนี้ เราคิดว่าอ่ะนะคะ)

ซึ่งดีค่ะ เรียบง่ายและสวยงามมาก
เราชอบจังเลย

เราจึงอยากให้คนที่ "อยากแต่งเพลง" แต่ไม่เคยแต่ง
และไม่รู้จะแต่งเพลงแนวไหน ลองแต่งเพลง
ที่เป็นคติสอนใจดูนะคะ มันคงเป็นประโยชน์มาก
เอาไว้ร้องให้ลูกฟังก็ยังดี ใช้ทำนองหนูมาลี, นิ้วโป้งอยู่ไหน,
หรือพวกทำนองเพลงเด็กอนุบาลไปแหละค่ะ คงไม่มีใครมาฟ้อง
ว่าละเมิดลิขสิทธิ์หรอก เพลงดีมีคุณค่า สร้างสรรค์
ไม่ได้ใช้ทำมาหากิน แถมให้คติ ดีจะตาย

เออลืม ๆ แทรกนิด ก่อนที่ทีชเชอร์ลอเรนจะพูดถึงเพลง
ช่วงเช้า ดร.อาจอง ก็พูดถึงเพลงไปนิดหน่อย ท่านร้องเพลง
ความกล้าหาญ (ซึ่งเป็นเพลงที่สอนให้เด็กมีความกล้าหาญ)
เรามีความกล้า
เรามีความกล้า
พวกเรามีความพยายาม
มีปัญหาใด เราไม่เคยหวั่น
เราต้องฟันฝ่า ถึงเส้นชัย


(สั้นง่ายได้ใจความ เรายังร้องได้เลย ยังจำได้ เพราะทำนองเป็น
ทำนองแบบเคยได้ยินจากเพลงเชียร์อะไรทำนองนั้น)

แล้วท่านก็บอกว่า
เพลงมีอิทธิพล กับความรู้สึก (อะไรทำนองนี้ จำไม่ได้ ไม่ได้จด)
(ซึ่งเราเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเพลงมีอิทธิพลกับชีวิตเราสูงมาก
ฟังเพลงอะไร ร้องเพลงอะไร ก็ส่งผลต่อตัวเราด้วย)
ท่านถามต่อ คนสมัยนี้ ชอบฟังเพลงอะไรกัน (ทุกคนเงียบ)
ท่านตอบเองว่า ชอบฟังเพลงอกหัก ฟังเพลงอกหักก็อกหักสิ
(ดังนั้น เราขอเสนอว่า คุณควรเลิกฟังเพลงอกหักซะ แต่ก็ไม่รู้นะ
สำหรับเรา เวลาเราสบายใจปกติธรรมดา เราจะไม่ฟังเพลงนะคะ
หรือถ้าฟัง ก็จะฟังเพลงที่ไม่มีอารมณ์ ที่เรียกว่าอะไรดี ....???!!!
แบบพี๊ค ๆ อ่ะค่ะ จะฟัง อีซี่ลิซซึนนิ่ง เพลงพลิ้ว ๆ ฟังเพลิน ๆ
แต่ก็ฟังทุกแนวแล้วแต่อารมณ์ เพียงแต่ฟังแบบกำหนดเอง
ไม่ใช่ให้เพลงมากำหนดเรา เราจะไม่สั่งให้โปรแกรมสุ่มเพลง
ไม่สั่งเล่นซ้ำ- ยกเว้นจะวิจารณ์เพลงนั้น เราจะฟังเมื่อเรามีสติ และพอใจ
ที่จะฟัง จากนั้นก็พอใจจะหยุดฟังเอง
ไม่ใช่ฟังซะจนถ่านหมดแล้วถึงจะหยุดฟัง 555 - แต่เดิมเคยเป็น
เดี๋ยวนี้คิดได้แล้วว่า ฟังแบบนี้ เช่น ฟังเพลงเดียวซ้ำ ๆ มันทำให้
เราถูกเพลงสะกดได้ค่ะ เราจะมีอารมณ์ตามเพลง ซึ่งเราว่ามันมี
อิทธิพลมากเลยนะ ลองไปสังเกตเอง ใครไม่เป็นก็เรื่องของคุณ)

ต่อ ๆ คือ เอาว่า เพลงมีผลต่อชีวิตก็แล้วกัน

มาเล่าต่อที่ทีชเชอร์ลอเรนบรรยาย ทีชเชอร์ลอเรนได้พูดถึง
Water Crystal ซึ่งเราอึ้งทึ่ง แล้วชอบมาก
เป็นงานวิจัยของ ท่าน Masaru Emoto
ชาวญี่ปุ่น
ทีชเชอร์ลอเรน เล่าพร้อมมีภาพประกอบ (พอดีลองหาในเน็ต
เจออันนี้ คือเล่าประมาณนี้เลยค่ะ) ภาพและเรื่อง ตื่นตามาก ๆ
ที่แน่ ๆ เรื่องนี้ทำให้เราตัดสินใจได้ว่า เราจะไม่เหยียบย่างกราย
เข้าไปยังสถานที่ ที่มีเสียงเพลงเฮฟวี่เมทัล แน่นอน (ปกติ ก็ไม่
พิสมัยแนวนี้อยู่แล้ว) อ่ะ ลองไปหาอ่านเองดู ค้นหาด้วยคำค้นว่า
Masaru Emoto แหละค่ะ พอดีเราไม่ว่างหา พรุ่งนี้เราจะไป
สนามบินตั้งแต่ตี 4 (ส่งเด็ก ๆ) โอ้ย ยังไม่ได้อาบน้ำนอนเลย

ที่ทั้งสองท่านบรรยาย ขอยกมาเล่าแค่นี้แล้วกัน
จริง ๆ มีเรื่องน้ำ ที่น่าคิดมาก ๆ แต่เราอยากให้ผู้อ่านที่สนใจ
ลองไปหาข้อมูลเอาเองนะคะ แล้วท่านน่าจะต้องตระหนัก
อาจถึงขั้นตกใจ!!! ประหยัดน้ำกันเถอะค่ะ เพราะ น้ำคือชีวิต
ถ้ามีโอกาสฟัง ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ไปบรรยาย
อย่าพลาดเชียวนะคะ เราว่าท่านมีพลังสร้างสรรค์เยอะมากค่ะ
ฟังแล้วประทับใจ

คราวหน้าเราอาจจะ มายกตัวอย่างเพลงเด็กอนุบาล
ที่เราไม่ได้แต่ง แต่เราแกะและทำ ให้ลองฟัง และลองทำ
กันดูนะคะ ที่ว่าอาจจะ เพราะไม่แน่ใจว่าโพสต์ดีไหม
ต้องถามคุณแม่ของเพื่อน (ผู้แต่งเพลง) ก่อนค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม เราจะมาแนะนำขั้นตอนการแกะเพลง
แบบสไตล์เรา (สไตล์คนไม่มีทฤษฎงทฤษฎีอะไร อาศัย
ใจรักมาก ๆ ก็เลยทำ) ให้คุณ ๆ ลองเอาไปทำเพลง เช่น
เพลงที่ให้กำลังใจตัวเองดูค่ะ

 
แล้วเจอกัน

ปล. 1. เราเชื่อในการแผ่เมตตานะคะ ถ้าใครไม่เชื่อ ก็แล้วแต่ค่ะ
แต่เราเชื่อ เพราะเราเห็นผลของการแผ่เมตตามาแล้วกับตัวเอง
2. ทีชเชอร์ลอเรน ฝากไว้เรื่องการใช้พลาสติกค่ะ เพราะ
ขยะพลาสติก จะล้นโลกแล้ว ในทะเลบางที่ พลาสติกไปกองเป็นเกาะ
(ดังนั้นได้โปรดเลิกใช้เถอะค่ะ พูดให้ขึ้นใจ
"ไม่ต้องใส่ถุงพลาสติกก็ได้ค่ะ/ครับ")
3. ขอบคุณผู้ที่ทำให้มีการบรรยายเรื่องนี้ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ดีใจจริง ๆ
ที่ได้ร่วมเข้าฟัง


ไปแล้ว ๆ ไปโลด



Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โชคดีจังค่ะbig smile

#1 By V@R on 2008-11-15 10:09

อย่างนี้ผมต้องขยันฟังเพลงรักๆ แล้วล่ะครับ เผื่อจะมีใครมารักบ้าง อิอิ

#2 By panugan on 2008-11-15 11:57

ผมเคยอ่านหนังสือเรื่องของ ดร.อาจอง ชื่อ อัจฉริยะบนเส้นทางสีขาว จำได้ลางๆว่าท่านค้นพบประโยชน์ของสมาธิจนทำให้นึกวิธีลงจอดของยานอวกาศได้ จากนั้นทม่านก็เปิดโรงเรียนโดยเน้นไปที่ให้เด็กๆมีสมาธิ คร่าวๆประมาณนี้แหละ

#3 By Life Goes On on 2008-11-16 01:12