Google
 

การเปิดเพลงเสียงดัง นอกจากจะเป็นการรบกวนผู้อื่นแล้ว ยังสามารถแจ้งความได้ไหมคะ สงสัยค่ะ ใครรู้ ช่วยตอบที?

เออ
ถ้าคุณอยากฟังเพลงเสียงดัง ก็ใส่หูฟังสิวะ แล้วก็เปิดดัง ๆ ให้หูแตกไปเลย ถ้าอยากให้เบสมันกระแทกถูกร่างกาย หัวใจ ก็ออกไปให้นัก
มวยชกแทนก็แล้วกัน หรือใครก็ได้ช่วยผลิตเครื่องส่งแรงกระแทก สำหรับผู้ที่หลงไหลในเสียงเบส เสียงกลองอย่างรุนแรง (ซึ่งเครื่องนี้ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่นที่ไม่ได้ใช้งานเครื่องนี้)

วันอาทิตย์ที่ 9 เดือน 9 ประมาณ 4 - 5 โมงเย็น
เกิดความเครียดพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุด เนื่องจาก
1. เพิ่งทำงานกับคอมฯ มา (ตอนประมาณ บ่าย 3) ซึ่งอากาศร้อนมาก บ้านไม่มีแอร์ (ไม่อยากเพิ่มภาวะโลกร้อน)
2. อุตส่าห์ออกไปเดินเล่นหน้าบ้าน กะจะเดินให้สบายใจ แต่เด็กข้างบ้าน (อายุประมาณ 14 - 15 มั้ง ไม่แน่ใจ) มันดันเปิดเพลงเพื่อชีวิต เสียง
ดังมาก ดังประมาณเสียงเบสส่งผลต่อการเต้นของหัวใจเลย
3. แล้ววันนี้คือวันอาทิตย์ มีตลาดนัดในหมู่บ้านด้วย ซึ่งตลาดนัดจะเปิดเพลงลูกทุ่ง ฉึ่ง ๆ โป๊ง ๆ ฉึ่ง ออกจากลำโพงปากแตร ลอยมาตามลม
ดังแบบห่วย ๆ คุณ ๆ คงนึกออก (ไม่ได้ต้องการจะเหยียดหยามอะไรเลยนะคะ แค่จะบอกว่า การเปิดแบบนี้มันไม่มีทางไพเราะได้เลย) แต่ให้อภัยได้ค่ะ สัปดาห์หนึ่งมีแค่ 2 วัน (เสาร์-อาทิตย์) แล้วก็ไม่มีเสียงเบสด้วย เพราะลำโพงปากแตรนี่ หาเบสยาก
4. และแล้ว เด็กข้างบ้าน ก็เปลี่ยนไปเปิดเพลง Rock แทน เปิดดังกว่าเดิมด้วย

เราถึงกับฟิวส์ขาด ตะโกนด่า (แต่ไม่ได้ตะโกนดัง เพราะคิดว่ายังไงมันก็คงไม่ได้ยินเสียงเราหรอก แต่ตะโกนให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา พอจะได้ยิน) ด่าไปเยอะมาก เหมือนคนบ้า ประมาณว่า "ไม่มีความเกรงใจคนอื่น น่ารำคาญ ฟังคนเดียวไม่ได้หรือไง คิดว่าคนอื่นเขาอยากฟังเพลงที่แกฟังมากเลยเหรอ ชอบดัง ๆ มากใช่ไหม ขอให้ดังตลอดไปนะเว้ย" สาปแช่งให้มันมาตกที่นั่งแบบเราบ้าง ถ้ามันต้องการความสงบ ก็ขอให้หาไม่พบอีกเลย ก็ดันมาสร้างบาปกรรมให้คนข้างบ้านอย่างเรา ให้หาความสงบไม่ได้เองนี่หว่า

จนสุด ๆ เราทนไม่ได้ เพราะมันเล่นเปิดเพลงบ้าอะไรก็ไม่รู้ ประมาณเพลงของวัยรุ่นนี่แหละ เพลงผู้ชาย ร้องประมาณว่า "ยังไงก็ต้องจากลา จะร้องไห้ฟูมฟายไปทำไม ... อะไรแนวนี้" จำขึ้นใจเลยว่า "ไม่มีวันที่ฉันจะชอบเพลงนี้ เกลียดมาก เกลียดที่สุด" (ขอไม่บอกชื่อเพลง เพราะกลัวแฟนเพลงมาตามมาด่าเรา แต่จริง ๆ เราได้โพสต์บอกไว้ ณ ที่ใดที่หนึ่งของเราแล้ว ถ้าอยากรู้มาก ก็ไปคุ้ย ๆ หาดูแล้วกัน) เรานั่งร้องไห้หน้าบ้าน มือกุมขมับ ไม่รู้ทำไมจะต้องทำอะไรแบบนั้น แต่ตอนนั้นมันไม่ไหวแล้วจริง ๆ"ความเครียดนี่มันอันตรายจริง ๆ นะคะ อยากร้องกรี๊ด ๆ ให้ดังไป 3 ซอย แต่สงสารคนอื่นที่ต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับเรา เราหนวกหูจากเสียงเพลงข้างบ้านกับตลาดนัด ถ้าเรากรี๊ดอีกเสียง แน่นอนว่าคนบ้านใกล้เรือนเคียงกับเราคนต้องปวดหัวกับเสียงเพลงข้างบ้าน เสียงตลาดนัด แล้วก็เสียงกรี๊ดของเรา ถ้ามีคนทนไม่ได้อีก อาจมีหลายเสียงกรี๊ดตามมา ลองคิดดูว่าจะน่าปวดหัวขนาดไหน

สุดท้าย ป้าเอซัง แม่ ป๋า ทนดูเราในสภาพซากศพกำลังเครียดไม่ได้ แม่ก็เลยเดินไปพูดกับเด็กข้างบ้าน (แม่พูดดีอ่ะ ถ้าเป็นเราเราคงเอาปืนไปยิงมันเลย -โหด!) โดยแม่อธิบายว่า "พี่แอมเขาต้องอ่านหนังสือสอบ ช่วยเบาเสียงให้หน่อยนะลูก อะไรทำนองนี้" (ใจจริง อยากให้แม่บอกตรง ๆ ไปแรง ๆ เลยว่า "นี่ รู้ไหมว่า นังแอมลูกป้ามันกำลังจะตายแล้ว เพราะเสียงเพลงดัง ๆ ที่แกเปิดอยู่น่ะ") แล้วจากการที่แม่ไปเจรจาด้วยถ้อยคำสุภาพ เสียงเพลงก็เบาลง โดยที่เราไม่รู้ว่า เด็กข้างบ้านมันตั้งใจหรือไม่ตั้งใจสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้าน เพราะจริง ๆ มันเปิดเพลงดัง ๆ อย่างนี้ติดกันมาหลายวันแล้ว ซึ่งทุกเพลงที่มันเปิด เราเกลียดหมด และไม่คิดจะซื้อมาฟังให้เสียหูด้วย ขอบอกว่า ถ้าคุณเปิดเพลงดังรบกวนชาวบ้าน คุณอาจทำให้นักร้องที่คุณชอบ ที่คุณรัก ที่คุณคลั่งไคล้ ขายเทปขายซีดีไม่ได้ เพราะคนอื่นเขาจะพาลเกลียดคุณจนลามไปถึงศิลปินเจ้าของเพลงที่คุณเปิดรบกวนชาวบ้านอยู่ด้วย อย่าหาว่าเป็นเฉพาะคนเลย ในภาวะเครียด ๆ ในสังคมยุคนี้ ใคร ๆ ก็เป็นอาการแบบเราได้ทั้งนั้น อคติมันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ถึงไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

***เราก็มาลองนึก ๆ ดู ก็คิดได้ว่า เพลงเราเนี่ย คงสร้างความรำคาญให้คนจำนวนไม่น้อย รวมทั้งตัวเราเองด้วย ฟังบ่อย ๆ ก็อยากจะอ้วก (เพลงอะไรก็ตามเถอะ ฟังติด ๆ กันทุกวัน วันละหลาย ๆ รอบ ไม่เกิน 5 วัน คงอ้วกออกมาเป็นเพลงแน่ ๆ) แต่อย่างน้อยเราก็ไม่เคยเปิดเพลงของเราดังลั่นซอยแบบไอ้เด็กคนนี้แน่ ๆ เพราะเราไม่อยากทำลายความสงบของมนุษย์ด้วยกัน

คุณรู้ไหมคะ เหตุการณ์วันนี้ ทำให้เรารู้สึกโหยหาความสงบมาก ๆ การต้องไปอยู่ในสถานที่ที่เสียงดัง โดยที่หนีไปที่อื่นไม่ได้ มันทรมานจนรู้สึกเหมือนจะตาย หากใครกำลังคิดว่า ก็หนีไปที่อื่นสิ เออ! ก็นี่มันบ้านฉันอ่ะ จะให้ฉันหนีไปไหน นี่มันคือที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตของฉันแล้ว ขอพวกเรา(ฉันและมนุษย์คนอื่น ๆ ที่บังเอิญอยู่ใกล้บ้านคุณ) ได้อยู่อย่างสงบ ๆ หน่อยได้ไหม? มีความเกรงใจคนอื่นบ้างไหม?

การต้องทนฟังเสียงที่ไม่อยากฟัง มันทรมานกว่าการต้องทนเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น
.
เพราะอะไรน่ะเหรอ
.
ก็เพราะว่า การที่ต้องเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น เพียงแค่คุณหลับตา ก็ไม่ต้องทนเห็นมันอีกแล้ว (หรือไม่จริง) ถ้ายังเห็นแสงรำไร ก็เอามือปิดทับอีกชั้น จะได้ไม่มีแสงลอด โอเคไหมคะ! แต่ตราบใดที่ยังไม่มีอะไรมาปิดการได้ยิน (ที่ต้องไม่ใช่ความพิการ) คุณก็ยังต้องได้ยินอยู่ เพราะว่าไม่มีอุปกรณ์ใดที่สามารถอุดหูได้ 100 % เออ รวมถึงเรื่องกลิ่นและอุณหภูมิด้วย การต้องทนฟัง ทนดม ทนสัมผัส มันทรมานจริง ๆ ไม่เชื่อลองไปทนดูสิ เสียงที่ดังมาก ๆ อาจทำให้คุณหูแตก หูดับได้เลย (ว่าแล้ว เอาหูฟังออกดีกว่า - ขณะพิมพ์ กำลังฟังเพลงด้วยหูฟังอยู่ เลิก ๆ) กลิ่นน้ำหอม หรือกลิ่นเหม็น ๆ ก็เช่นกัน รวมถึงอากาศร้อน ๆ หนาว ๆ ด้วย ถ้าทำให้รู้สึกว่าต้องทน จนถึงขั้นที่ทนไม่ได้ ก็มีอย่างเดียว คือ ตายแน่ ๆ

สิ่งเร้าที่ยกตัวอย่างมานี้ ล้วนส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจทั้งสิ้น

แต่ที่ยกตัวอย่างเรื่องเสียง เพราะกรณีของคนที่มีสไตล์การเรียนรู้แบบ เรียนรู้จากการฟัง (Auditory Learner) จะเป็นคนที่น่าสงสารตรงที่ เมื่อมีเสียงอื่น ๆ ดังรบกวน เขาจะไม่สามารถรวบรวมสมาธิให้จดจ่อได้เลย และเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีการเรียนรู้โดยเกิดจากการฟังเป็นส่วนใหญ่ด้วยสิ (คือถ้าเป็นเสียงที่ควบคุมไม่ได้เช่น เสียงฟ้าร้อง เสียงฝนตก เสียงในที่ชุมชนที่มันยังไงก็คงไม่มีทางเงียบ เราจะไม่ใส่ใจเลย แต่ "เสียงเพลงนี่มันควบคุมได้นะ ก็ควบคุมได้ด้วยความเกรงใจผู้อื่นที่มีอยู่ในตัวคนเปิดเพลงยังไงล่ะ")

เราไม่ได้แกล้ง และไม่ได้มาหาเรื่องใคร ไม่ได้ขาดความอดทนอดกลั้น เพราะถ้ามันไม่ได้ดังมากมาย มันก็คงไม่มีปัญหา แต่อยากจะบอกว่า ความดังที่เราได้ยิน มันดังขนาดที่ หัวใจของเราเต้นผิดปกติ เพราะมันไปเต้นตามเสียงของกลองของเบส...เหวอะไรนั่น ซึ่งเรารู้สึกว่ามันอันตรายมาก

วันนี้จึงขอมาเตือน+วิงวอนว่า อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ เกรงใจหรืออย่างน้อย ๆ ก็หัดสงสารคนอื่นบ้างเถอะ มันบาป ทำอะไรไว้ กรรมมันจะตามทัน บางทีเราอาจจะเคยสร้างเสียงที่น่ารำคาญให้กับไอ้เด็กข้างบ้านไว้ตั้งแต่ชาติปางไหนก็เป็นได้ เราจึงต้องมาทนได้ยินสิ่งที่น่ารำคาญแบบนี้

ปล. เหตุผลที่เราทราบมา คือ เด็กข้างบ้านเขารีดผ้าอยู่ในบ้าน ที่ติดแอร์ ปิดมิชิด แต่เปิดเพลงจากเครื่องเสียงที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน จึงต้องเปิดเสียงให้ดัง ๆ เพื่อเขาทำให้เขาได้ยินเพลงที่เปิด (เฮ้อ... คนเรา)

กว่าจะพิมพ์เสร็จ
---(ตอนนี้ปกติแล้วนะคะ เอิ๊ก ๆ)


edit @ 2007/10/02 22:20:48

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เยื้องๆบ้านผม เป็นแหล่งร้านอาหาร สถานบันเทิง
ผมต้องฟังมันเล่นดนตรี + เปิดเพลงดังๆจนถึงตี 2 ทุกวัน จนชินไปแล้วครับ

ไม่ชอบเลย

ในกรณีน้องฟ้า ผมว่าประณีประนอมดีสุดๆแล้ว คุณแม่ทำถูก เพราะเรายังต้องเจอมันไปอีกตลอดชาติครับ

คนมันไม่มีจิตสำนึกอ่ะครับ พ่อแม่มันไม่ได้สอน ทำใจแล้วกันครับ น้องฟ้าสามารถเอาหูฟังใส่แล้วฟังเพลงเบาๆที่ตัวเองชอบแทนได้ครับ

#1 By มนุษย์กล่อง on 2007-10-03 09:45

ขอบคุณคุณพี่มนุษย์ในกล่องมากเลยค่ะ นี่ถ้าคุณพี่ไม่คอมเม้น น้องคงจะเข้าใจว่าน้องทำอะไรรุนแรงเกินไปหรือทำอะไรไม่เข้าท่าไปแน่ ๆ เลยค่ะ

น้องจะอดทนให้มากขึ้นค่ะ

แต่เอนทรี่นี้ อยากขอมอบให้ทุกท่านจริง ๆ นะคะ ด้วยความขริงใจ อยากให้ทราบว่า ถ้าตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับเรา ก็เห็นใจค่ะ และเข้าใจความรู้สึกด้วย แม้อาจจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่ถือว่าจะเอาใจช่วยให้ชินกับเสียงนั้น และอยากจะบอกกับคนที่ชอบเปิดเพลงเสียงดังรบกวนชาวบ้าน โดยแค่อยากลองเครื่องเสียง อวดว่าบ้านรวยหาเครื่องเสียงดี ๆ มาใช้ได้ล่ะก็ ขอให้รู้ว่า คนอื่นก็มีหัวใจค่ะ ขอให้นึกถึงตรงนี้ ถ้าคุณเกรงใจคนอื่น คนอื่นก็จะเกรงใจคุณค่ะ