Google
 

เดี๋ยวนี้เริ่มกลับมาอัพเดทบล็อกบ่อยอีกแล้ว

อยากจะเล่าว่าตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว รู้สึกร่างกายแปรปรวนมาก จริง ๆ มันก็เป็นอะไรที่เราเป็นอยู่ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ว่าปัญหาที่ประสบครั้งนี้มันรุนแรงมาก (ในความรู้สึกของเรา) จึงอยากมาเล่าเกี่ยวกับโรคนี้ให้ฟัง

ทำความรู้จักกับโรคไซโคโซมาติคกันก่อน (เว็บนี้ดีอ่านง่าย เข้าใจที่สุดเท่าที่เจอมา)

โรคไซโคโซมาติค
(จริง ๆ ไม่อยากนับว่าเป็นโรคเล๊ย มันเป็นเหมือนภาวะอ่ะ ในความรู้สึกของเรานะ)
เรารู้จักโรคนี้ ตั้งแต่ ป.5 เพราะเราชอบปวดท้องพอไปหาหมอ หมอที่เคยรักษาประจำดันไม่อยู่หมอที่รักษาแทนกลับมาด่าว่าเราเป็นพวกคิดมากวิตกจริตและชอบสร้างโรคให้ตัวเอง หมอด่าเยอะมากตอนนั้นเข้าใจว่าหมอคงกดดันอะไรมาจริง ๆ เขาคงวินิจฉัยโรคถูก แต่มีวิธีการบอกที่แย่มาก ไล่คนไข้สุด ๆ (แม่เรายังงงว่าเด็กแค่ 10 ขวบ ทำไมหมอต้องพูดขนาดนั้น เราอ่ะหน้าจ๋อยไปเลย แถมที่ปวดท้องก็ไม่หาย)

อาการของโรค (ที่เราเป็น)คือ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย มีเสียงน้ำวิ่งในท้องดังมาก

วิธีแก้ คือ ถ้ายกเลิกกิจกรรมทุกอย่างที่ต้องทำได้ จะหายทันที

ซึ่งมีหลายครั้งที่เราต้องพลาดสิ่งดี ๆ (หรืออาจจะดี หรือที่ใครๆ คิดว่าดี หรือดีจริง ๆ) ก็เพราะว่าโรคกำเริบ เช่น เราโวยวายไม่ไปดูกายกรรมเปียนยาง(ชื่อนี้ป่ะ) ทำให้ป๋าต้องอดไปด้วย เพราะต้องอยู่บ้านเป็นเพื่อนเรา, เราต้องอดไปค่ายเพราะว่าเรากลัวว่าเราจะไปปวดท้องโวยวายเป็นภาระให้ครูบาอาจารย์, เราสละสิทธิ์จากค่ายเคมีโอลิมปิกหลังจากไปร่วมได้แค่วันเดียวเพราะปวดท้องอย่างแรง รู้สึกเหมือนใกล้ตายฯลฯ

เราเลยมาคิดว่าทำไมเราต้องเป็นแบบนี้นะ

ป๋าเราเลยหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไซโคโซมาติคมาเล่าให้เราฟัง พอเรารู้ เราก็พยายามปรับความคิด และเชื่อจริง ๆ ว่าทุกอาการที่แสดงออกมา มันเป็นเพราะเราเป็นคนวิตกกังวลเกินเหตุ ซึ่งหลัง ๆ พออยู่มหาวิทยาลัย ก็เริ่มหายแล้วแทบไม่มีอาการ หรือถ้ามีก็ไม่รุนแรง ไม่ถึงกับต้องหนีอย่างครั้งก่อนล่าสุดที่เกิดอาการก็คงจะเป็นคืนก่อนจะไปฝึกงานที่วิทยุเนชั่น นอนไม่หลับ แต่พอไปแล้วก็ไม่มีอะไรปรับตัวได้ เราก็สบายใจ แต่ล่าสุดโรคกำเริบรุนแรงมาก เพราะเราหาเรื่องใส่ตัว คงเล่ารายละเอียดมากไม่ได้ ขอบอกแค่ว่าเกี่ยวกับเรื่องเงินกับการรักษาคำพูด (ถ้าคุณรู้คุณอาจหัวเราะกลิ้ง แต่เราไม่ขำว่ะ และขอร้อง ถ้าคนรู้จักมาอ่าน ไม่ต้องมาถาม ถ้าอยากเล่าเราจะเล่าเอง)เราเครียดมาก บางคนนึกว่าเราเครียดเรื่องเรียน ขอบอกคนอย่างเราไม่เคยเครียดเรื่องเรียนถึงขั้นท้องเสีย 3-4 รอบ (ไม่ได้กินส้มตำด้วย ถึงกินก็ท้องไม่เสียแล้ว) ปวดหัวไปอีกนาน แต่เราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ บทเรียนจากการรักษาคำพูด จะไม่มีอย่างนี้อีกแน่

ส่วนอาการท้องเสียหายแล้ว เหลือแต่ปวดหัวเวลาเผลอคิดเรื่องนี้ขึ้นมาเท่านั้น

เว็บไซต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

http://www.geocities.com/Tokyo/Harbor/2093/doctors/mental_psychosomatic01.html

http://www.asoke.info/09Communication/DharmaPublicize/Dokya/D111/059.html

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สุ้ๆเด้อๆ

#1 By joop (202.28.62.245 /unknown, unknown) on 2007-05-01 22:13

รู้สึกจะอ่านว่า เปียงยาง นะครับ
(มีหมอท่านนึงบอกผมว่า ทุกวันนี้ที่เราป่วยส่วนนึงที่สำคัญคือมาจากจิตใจเรา โปรดสังเกตุเวลาเราเครียด เราจึงนอนไม่หลับ แล้วพาลให้ป่วยได้)

#2 By มนุษย์กล่อง on 2007-05-21 22:22

ค่ะ ขอบคุณค่ะ เปียงยาง . . .
เวลาเราเครียด เราไม่เคยนอนไม่หลับค่ะ จะนอนไม่หลับจาก 2 สาเหตุ คือ นอนมากไป กับ อยู่ดี ๆ รู้สึกกลัวผีขึ้นมาเฉย ๆ !

ส่วนเวลาเครียด จะปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย เศร้ามากค่ะ
"จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว"
คือคติที่สามารถใช้ได้กับโรคนี้ครับ

บางเรื่อง บางปัญหา ถ้ามันเป็นเรื่องที่ไม่สลักสำคัญมากมายอะไร จะวางมันลงบ้างก็ไม่มีใครว่าหรอกครับ

หรือไม่ต้องพยายามที่จะไปตอบสนองความต้องการของคนรอบข้างให้มากนัก

เราก็คน เป็นเพียงปุถุชนธรรมดาที่มันก็ต้องมีวันที่เราหนื่อยหนักหนาและอยากพักผ่อนบ้าง
ดังนั้น หากจะโยนทิ้งเรื่องที่มันรกหัวสมอง ไม่คิดถึงมันบ้างเป็นบางเวลาก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร

ลองหาเวลายิ้มบ่อยๆนะฮะ มันช่วยได้ทั้งจิตใจและร่างกาย
จิตใจเราจะปลอดโปร่งขึ้นเมื่อเรายิ้ม ร่างกายจะผ่อนคลายเมื่อเรายิ้ม
ยิ้มกว้างๆ ยิ้มแล้วมองโลกให้สดใสเข้าไว้

รักษาสุขภาพใจให้ดีครับ แล้วร่างกายจะตามมาเอง

#4 By DeltaDrive on 2007-10-19 09:14